อีกดวงก็หายไปพร้อมกับภาพเหตุการณ์นั้นแล้วนางก็ถูกผลักออกมาจากห่วงแห่งความมืดมิดนั้นเช่นกัน
“ให้ตายสิ! อีกแค่นิดเดียวเอง!” เจียงหลีลืมตาในแววตาสะท้อนความดุดันออกมามือข้างหนึ่งทุบลงบนเตียง
จะบอกว่าไม่เสียดายก็คงไม่ได้
วิญญาณอีกดวงนั้นไม่ถูกเจียงหลีควบคุมอีกแล้ว ทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็จะทิ้งคำพูดที่เหมือนจะถูกก็ถูกเหมือนจะผิดก็ผิดไว้
“เดิมทียังอยากจะถามให้รู้เรื่องแล้วค่อยบอกลู่เจี้ยรับทราบ แต่ดูแล้วตอนนี้เพียงชั่วเวลาเดี๋ยวเดียวยังถามไม่รู้เรื่องเลย” เจียงหลีพูดเบาๆ กับตัวเอง
ฝึกฝน! ฝึกฝน!
เจียงหลีหายใจเข้าลึกๆ ทำจิตใจที่ร้อนรุ่มให้สงบลง
หนึ่งเดือนต่อมา จักรพรรดิเซ่าตี้ไม่ได้ปรากฏตัวในพระราชวังอีก เจียงหลีก็โกรธเขาเรื่องที่โยนนางลงในน้ำจึงทำเป็นมองไม่เห็นในตอนที่เขาหายไป
วันนี้เป็นวันดีที่ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งนำขบวนเดินทางมาถึง ณ ราชวงศ์จยาเซียน เมืองซั่งตู
ด้วยเหตุนี้ เจียงหลีจึงตั้งใจเตรียมพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่
ในตอนที่ลู่เสวียนขี้ม้ามาถึงหน้าประตูเมืองซั่งตู เมื่อเห็นประตูเมืองที่ตกแต่งใหม่ทั้งหมด แล้วยังมีผ้าไหมสีแดงปูทางเดินที่คุ้นเคย กลีบดอกไม้โปรยปราย ประชาชนยืนเรียงรายอยู่สองฟากฝั่งถนนเพื่อต้อนรับ มีอาหารและสุราชั้นเลิศมาถวายสีหน้าเผยความหวาดหวั่นออกมา ซ้อเล็กโดนผีอะไรเข้าสิงมารึ
“ขอต้อนรับหยวนหวังกลับมาด้วยความยินดียิ่ง! ขอต้อนรับรถม้าขององค์หญิง”
เสียงโห่ร้องแสดงค