วามดีใจของประชาชนดังขึ้นเป็นระลอก แต่กลับทำให้สีหน้าของลู่เสวียนยิ่งเก้อเขินมากขึ้น น้ำใจไมตรีของประชาชนเมืองซั่งตู ก็ทำให้เหวินเหรินชิ่งชิ่งเปิดม่านออกมาด้วยความอยากรู้ เห็นกลีบดอกไม้ที่โปรยปรายเต็มท้องฟ้า
นำมาซึ่งกระอักกระอ่วนพิลึก ลู่เสวียนพาเหวินเหรินชิ่งชิ่งมาถึงในวัง ในที่สุดก็ไม่มีดอกไม้โปรยปรายแล้ว ในที่สุดก็ไม่มีประชาชนที่มาต้อนรับแล้วและในที่สุดลู่เสวียนก็หายใจโล่งอกแล้ว
ณ ตำหนักหวงจี๋ พอเจอเจียงหลี ลู่เสวียนก็เดินดิ่งเข้าไปหาแล้วบ่นว่า “ซ้อเล็กนี่เจ้าจัดพิธีอะไร!”
เจียงหลีที่สวมชุดลายมังกรทั้งตัวยืนอยู่ในตำหนักอย่างทะนงองอาจมือทั้งสองข้างไขว้หลัง ได้ยินลู่เสวียนบ่น นางก็ยิ้มแล้วพูดว่า “พวกเราจะมาขายหน้าต่อหน้าชาวเป่ยโหรวไม่ได้”
“…” ลู่เสวียนมองนางอย่างไร้คำพูด
นางก็คือจักรพรรดินีแห่งจยาเซียนเองหรือ ทั้งดูเด็กมากและงามเหลือเกิน! เหวินเหรินชิ่งชิ่งยืนอยู่ในตำหนักแววตาเผยให้เห็นความตะลึงในความงาม
เป็นผู้หญิงเหมือนกันแต่นางกลับรู้สึกว่าจักรพรรดินีตรงหน้ามีความสูงส่งมาก งดงามจนทำให้คนอื่นรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เหมือนว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ล้วนแต่ต้องก้มหัว และยอมสวามิภักดิ์ให้กับนาง
เมื่อรับรู้ได้ถึงการพินิจพิเคราะห์ของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง เจียงหลีหันมามองนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ชิ่งชิ่ง ข้าขอต้อนรับเจ้าสู่ราชวงศ์จยาเซียน”
เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองเจียงห