ลีด้วยความตะลึง
นางรู้สึกประหลาดใจ นางถือเป็นองค์หญิงของแคว้นศัตรู ราชวงศ์จยาเซียนและเป่ยโหรวไม่ช้าก็เร็วจะต้องทำสงครามกัน นางรู้ดีแต่ว่าทำไมจักรพรรดินีที่สูงส่งเหนือคนทั้งปวงถึงได้พูดกับนางด้วยหน้าตายิ้มแย้มและอ่อนโยนเช่นนี้ถึงขนาดมีความสนิทสนมในน้ำเสียง
“หม่อมฉันขอถวายบังคมฝ่าบาท” เหวินเหรินชิ่งชิ่งเก็บความตะลึงในใจแล้วก็ทำความเคารพตามกฎระเบียบ
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก ที่นี่ไม่มีคนนอก” เจียงหลีเดินลงบันไดมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าเหวินเหรินชิ่งชิ่ง
เหวินเหรินชิ่งชิ่งกะพริบตาด้วยความสงสัย ในใจของนางมีความหวาดกลัวจักรพรรดินีแห่งจยาเซียนคนนี้อยู่เล็กน้อย แล้วก็รู้สึกสนิทสนมแปลกๆ
“ไม่ต้องเขิน ทำตัวเหมือนเมื่อก่อนเถอะ” เจียงหลีพูด
เอ่อ…
วางตัวเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้น่ะหรือ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองนางด้วยความงงงวย
ยิ่งเข้าใกล้นางก็ยิ่งรู้สึกว่าจักรพรรดินีแห่งจยาเซียนงดงามมีเสน่ห์มากเหลือเกิน
“ซ้อเล็ก ข้าพานางมาแล้ว ข้าไปก่อนนะ” ลู่เสวียนเตรียมที่จะหนี
เจียงหลีหุบยิ้มแล้วตะโกนใส่เขา “หยุด”
ลู่เสวียนเสียวสันหลังวาบแล้วถอยกลับมาอย่างช้าๆ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองท่าทางที่ทั่งสองพูดคุยกันด้วยความสงสัย ทันใดนั้นก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา พวกเขาไม่เหมือนกับที่คนข้างนอกเขาลือกันเลยนี่นา ระวังซึ่งกันและกัน มีความคิดที่แตกต่างกัน!
“ชิ่งชิ่งมาราชวงศ์จยาเซียนเป็นครั้งแรก เจ้ามีฐานะเป็นเจ้าบ้าน ไม่ต้