”
เจียงหลีนึกภาพที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน จู่ๆ ก็หัวเราะออกมา “เรื่องนี้ไม่เลว! ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งอยู่ด้วยกัน เกรงว่าวันแต่งงานวันนั้น เพดานคงจะทะลุแน่”
ถ้าเป็นเช่นนี้ นางจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเลย
วันต่อมา ลู่เสวียนเข้าวังอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรว แต่มาพบเหวินเหรินชิ่งชิ่ง แน่นอนว่านี่คือข้ออ้าง คนที่เขาต้องการมาพบก็คือเจียงหลีที่ปลอมตัวเป็นเจวียนเอ๋อร์
“เจ้าว่าอย่างไรนะ ให้ข้าแต่งงานกับนาง! ไม่มีทาง!”
ในตำหนักของเหวินเหรินชิ่งชิ่ง ทันใดนั้นเสียงที่โกรธจัดของลู่เสวียนก็ดังขึ้นมา
ตอนนี้ คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ถูกเหวินเหรินชิ่งชิ่งสั่งให้ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ในตำหนักมีเพียงแค่พวกเขาสามคน เหวินเหรินชิ่งชิ่งที่ถูกลู่เสวียนรังเกียจแบบนี้ สีหน้าก็เย็นชาขึ้นมา “เจ้าคิดว่าข้าอยากแต่งงานกับเจ้ารึ”
วันนี้ตั้งแต่เช้า หลังจากที่เจียงหลีได้เล่าวิธีการที่จะไปจากที่นี่ให้นางฟัง ในใจนางก็สับสน แต่ก็ไม่ได้ไม่พอใจ
แต่ปฏิกิริยาของลู่เสวียน กลับทำให้นางสะเทือนใจ
“เชอะ เช่นนั้นก็ขอบคุณที่ไม่แต่ง” ลู่เสวียนกัดฟันยิ้มเยาะ
“เจ้า!” เหวินเหรินชิ่งชิ่งโกรธมากจนเกือบจะหยิบมีดมาแทงเขา
“พอได้แล้ว!” เจียงหลีรีบเข้ามาตรงกลาง เพื่อแยกพวกเขาที่เกือบจะตีกันออก นางปวดหัวมาก ทั้งสองคนเข้ากันไม่ได้จริงๆ เจอกันทีไรก็ต้องทะเลาะกัน
“เชอะ!” ลู่เสวียนสีห