น้าเย็นชา ถกแขนเสื้อแล้วเมินหน้าหนี
เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็ส่งเสียงแสดงความไม่พอใจ แล้วนั่งลงอีกฝั่ง
“นี่เป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น รอให้กลับไปถึงราชวงศ์จยาเซียน ไม่ได้จะจัดงานแต่งให้พวกเจ้าจริงๆ หลังจากนั้นก็บอกปัดไปว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้ฤกษ์มงคลก็ได้แล้ว ถึงอย่างไรก็ห่างไกลกันมาก แล้วในเป่ยโหรวก็มีตระกูลไป๋เซี่ยงที่ขัดแย้งกันอยู่ ฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวไม่มีความคิดที่จะมาสนใจว่าพวกเจ้าแต่งงานกันรึยังหรอก” เจียงหลีถอนหายใจแล้วอธิบาย
“เช่นนั้นก็ไม่ได้” ลู่เสวียนไม่สบอารมณ์ พูดด้วยความโกรธเคือง
เหวินเหรินชิ่งชิ่งตาแดงแล้วมองเขา ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะโกรธจนจะร้องไห้หรือเปล่า
“ไม่ได้ก็ต้องได้” เจียงหลีพูดอย่างแข็งกร้าว
ลู่เสวียนมองเจียงหลีด้วยความกล้ำกลืน กำลังจะพูด แต่กลับโดนนางจ้องมองมา
“ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับความรู้สึกของพวกเจ้า หลังจากที่กลับไปราชวงศ์จยาเซียนแล้ว ข้าจะส่งพวกเจ้าไปฝึกฝนที่ซีฮวง” เจียงหลีคลึงตรงขมับที่บวม พูดอย่างเย็นชา
“ไปซีฮวง! เจ้าเป็นใครกันแน่” เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองมาด้วยความแปลกใจ
เจียงหลีพูด “ข้าเป็นใคร รอเจ้าไปถึงราชวงศ์จยาเซียนก็รู้แล้ว ข้าถามเจ้าแค่นี้ว่าเจ้าอยากไปหรือไม่”
“อยาก!” เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดอย่างไม่ต้องคิด
“เช่นนั้นก็พอแล้ว” เจียงหลีมองลู่เสวียน เห็นเขาสีหน้ากลุ้มใจ ก็ขี้เกียจที่จะพูดดีกับเขา เลยออกคำสั่งไปเลยว่า “อีกประเดี๋ยว เจ้าก็ไปพบฮ่องเต้แห่งเป่