เจียงหลีรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย
ตามที่เหวินเหรินชิ่งชิ่งเล่า บุคคลสำคัญในนั้นคือใคร มองปราดเดียวก็รู้แล้ว ฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวคนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อนางจริงๆ หรือ
“เจ้าฉลาดมากจริงๆ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งหันมามองนางอย่างช้าๆ แล้วเผยรอยยิ้มที่ขมขื่น ก็เป็นการยืนยันการคาดเดาของเจียงหลีแล้ว
ทันใดนั้น ในห้องก็เงียบขึ้นมา
บรรยากาศที่จู่ๆ ก็ตกอยู่ในความเงียบ มีความแปลกประหลาดนิดหน่อย สีหน้าของเหวินเหรินชิ่งชิ่งยังคงเย็นชา ในหัวของเจียงหลีกลับรีบคิดหาวิธีอย่างรวดเร็ว
นางเป็นคนทำลายความเงียบนั้นลงก่อน “ข้ารู้สึกสนใจเรื่องเล่าที่ผู้มีพระคุณคนนั้นกลายเป็นศัตรูของเจ้า เล่าให้ละเอียดหน่อยได้หรือไม่”
เหวินเหรินชิ่งชิ่งยิ้มออกมา ความอึดอัดใจในห้องนั้นหายไปหมด “เจ้าไม่ต้องเลี่ยงขนาดนั้นก็ได้ ที่นี่นอกเจ้ากับข้า ก็ไม่มีผู้ใด คนในตำหนักของล้วนแต่เป็นคนแก่ที่อายุเยอะ ไม่มีทางหักหลังข้า ข้าอยู่ในวังนี้ไม่คิดแก่งแย่งชิงดี เจียมเนื้อเจียมตัวมาตลอด ไม่เคยคิดอยากอยู่ที่นี่เลย แล้วก็ไม่มีนางสนมคนไหนเห็นข้าเป็นศัตรู”
“…” เจียงหลีไม่รู้จะพูดอะไร
เห็นได้ชัดว่าเหวินเหรินชิ่งชิ่งเริ่มต้นด้วย ‘เรื่องของผู้อื่น’ นางเพียงแค่คล้อยตามเท่านั้น
“เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก เจ้าก็รู้ว่าพ่อของข้าเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเขา ก่อนที่พ่อข้าจะเกิดเรื่อง แม่ของข้าก็ใกล้จะคลอดแล้ว ตอนนั้นพ่อรับปากแม่ว่าช่วงนั้นจะไม่ออก