ไป๋เซี่ยงกงขมวดคิ้ว
เพราะเหตุใดคำพูดของเป่ยเหมินเวยมักจะทำให้เขารู้สึกเหมือนพวกเขาถูกเหน็บแนมอย่างนั้นหรือ
เหอะ! เห็นๆ อยู่ว่าเมื่อคืนเพิ่งจะส่งคนไปวางเพลิงเผาจวนตระกูลไป๋เซี่ยงจนวุ่นวายไปหมด ตอนนี้ยังหน้าด้านมาตำหนิพวกเขาเช่นนี้
ในใจไป๋เซี่ยงกงโกรธมาก แต่กลับไม่สามารถระบายออกมาได้
แต่ว่าจะให้เขาพูดจาอ่อนโยนต่อกับเป่ยเหมินเวยอีกหรือคุกเข่าขอโทษ นั่นก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน
“นายท่านไป๋เซี่ยง พวกท่านมาค้นตำหนักข้าโดยที่ข้าไม่ได้ชี้แจงอันใดเลย ตอนนี้อะไรก็ไม่เจอ ท่านจะไม่ชดเชยอะไรให้ข้าหน่อยหรือ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดขึ้นมาในตอนนี้
ไป๋เซี่ยงกงแววตาเปล่งประกาย สายตาที่สบกับเป่ยเหมินเวยอยู่ ก็มามองที่เหวินเหรินชิ่งชิ่ง น้ำเสียงยังคงโอหังเช่นเดิม “รบกวนองค์หญิงเสียแล้ว ที่ทำให้ตื่นตระหนก ได้โปรดให้อภัย ตอนเย็นกระหม่อมจะสั่งคนให้เอาของเล็กๆ น้อยๆ เข้าวังมามอบให้ ถือเป็นการแสดงความขอโทษต่อองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”
“แค่นี้เองหรือ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งหัวเราะเยาะ
ไป๋เซี่ยงกงทำหน้าขรึม “เช่นนั้นองค์หญิงยังต้องการอะไรอีก”
เหวินเหรินชิ่งชิ่งยกมือขึ้นชี้ไปยังไป๋เซี่ยงไท่ “ข้าต้องการให้ไป๋เซี่ยงไท่คุกเข่าขอโทษข้า! เขาเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาใช่หรือไม่ ทำไมตอนนี้ถึงหดตัวเป็นเต่าหลบอยู่ข้างๆ”
ฟึบ!
ลู่เสวียนที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวหัวเราะออกมาเบาๆ
ทันใดนั้นเขาก็ค้นพบว่าท่าทางเยาะเย้ยคนของเหวินเหรินชิ่งชิ่งบา