่ยงไท่ แต่ทว่าท่าทางที่ไม่เข้าใจของทั้งสองคน กลับทำให้แววตาของเขาเยือกเย็นขึ้นมาทันที
“มีพ่ะย่ะค่ะ!” ทหารตอบอย่างไม่ลังเล
“เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่านางอยู่ในวัง!” ไป๋เซี่ยงไท่รีบพูดขึ้นมาทันที
เป่ยเหมินเวยมองเขาอย่างเย็นชา กำลังจะถามต่อ ไป๋เซี่ยงกงที่อยู่ตรงนั้นกลับชิงถามก่อน “แล้วรู้หรือไม่ว่าเป็นผู้ใด”
การที่ผู้น้อยทำแบบนี้ ทำให้เป่ยเหมินเวยบีบมือที่ซ่อนไว้อยู่ในแขนเสื้อแน่น
ทหารเหล่านั้นไม่ได้รีบตอบ แต่เงยหน้ามองเป่ยเหมินเวย
“พูดตามความจริง” เป่ยเหมินเวยพูดอย่างเย็นชา
“คือแม่นางเจวียนเอ๋อร์ นางกำนัลขององค์หญิงชิ่งชิ่ง”
“เป็นไปไม่ได้! เจวียนเอ๋อร์อะไรกัน เห็นชัดๆ อยู่ว่าเป็นทาสสาวคนนั้น” ไป๋เซี่ยงไท่รีบปฏิเสธ เขาเห็นอย่างชัดเจน แล้วจะเป็นคนอื่นไปได้อย่างไรกัน
“ก็คือแม่นางเจวียนเอ๋อร์ นางมักจะออกวังไปช่วยซื้อของให้องค์หญิงอยู่บ่อยๆ แล้วก็ไม่ใช่ครั้งสองครั้งแล้วที่ออกวังไป เป็นธรรมดาที่พวกเราจะจำได้” ทหารชี้แจงข้อเท็จจริง
“เป็นไปไม่ได้!”
ในตอนที่สีหน้าของไป๋เซี่ยงกงมืดมัวลง ไป๋เซี่ยงไท่รีบพูดขึ้นมา “ข้ารู้แล้ว! เหวินเหรินชิ่งชิ่งกับนางเป็นเพื่อนกัน ตอนที่พวกนางไปสุสานโบราณก็ไปด้วยกัน ตอนนี้ต้องเป็นเหวินเหรินชิ่งชิ่งแน่นอนที่ปกป้องทาสสาวคนนั้นอยู่”
“ไป๋เซี่ยงไท่ ระวังคำพูดของเจ้าด้วย” เป่ยเหมินเวยพูดเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ตอนนี้ไป๋เซี่ยงกงสงบลงเล็กน้อย แต่น้ำเสียงกลับยังคงแข็งกร้าว “ฝ่