ย สีหน้าค่อยๆ เย็นชา “ไป๋เซี่ยงกง เจ้าอย่าปฏิเสธน้ำใจของฝ่าบาทเลย”
“ฝ่าบาททรงต้องการให้เฉิงหวังมาดูให้เห็นกับตาว่าตระกูลไป๋เซี่ยงของข้าถูกเผาไหม้วอดวายเช่นนี้แล้วใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ” ไป๋เซี่ยงกงประชดประชัน
“หึ! กำเริบเสิบสาน” เป่ยเหมินเจวี๋ยสบถเสียงเย็นแล้วสะบัดชายแขนเสื้อออกไป
เมื่อสายตามองตามเงาร่างของเป่ยเหมินเจวี๋ยที่จากไป รอยยิ้มแดกดันบนใบหน้าของไป๋เซี่ยงกงนั้นเลวร้ายยิ่งกว่า ในอ้อมแขนของเขายังคงมีตราสัญลักษณ์ขององครักษ์เงาอยู่
ยิ่งเวลานี้เป่ยเหมินเจวี๋ยมาที่นี่เป็นคนแรก ไม่ให้เขาสงสัยราชวงศ์คงเป็นไปได้ยาก
เพียงแต่เพราะเหตุใดทางราชวงศ์ถึงต้องทำเช่นนี้ หรือในที่สุดก็อดทนไม่ไหวจนอยากลงมือกับตระกูลไป๋เซี่ยงของข้า แต่แล้วทำไมต้องเลือกโอกาสนี้ ไป๋เซี่ยงกงครุ่นคิดในใจ
ทันใดนั้น เขาคิกว่าตนเองหาคำตอบได้แล้ว เขาแสยะยิ้มแล้วพึมพำ “คิดว่าตระกูลไป๋เซี่ยงของข้าสูญเสียบรรดาเทียนเจียวไปไม่น้อย แล้วยังมีเรื่องของฉางเหล่าอีก แค่นี้ก็คิดว่าพวกเราสูญเสียอำนาจไปแล้วหรือ”
เขามองว่าการลอบวางเพลิงครั้งนี้เป็นช่องทางให้ราชวงศ์มีปัญหากับตระกูลไป๋เซี่ยง
แต่ใครจะรู้ว่าความคาดเดาของเขาจะตรงกับความตั้งใจของเจียงหลี
ในที่สุดฟ้าก็สว่างแล้ว
เรื่องที่ไฟไหม้บ้านตระกูลไป๋เซี่ยงเมื่อคืนนี้ลือกระฉ่อนไปทั่วทั้งชิ่งตู เกือบจะทุกคนที่ถกเถียงพูดคุยถึงประเด็นนี้
แต่สิ่งที่เจียงหลีสนใจกลับไม่ใช่เรื่องนี้
ตอนเช้าหลังจากตื่