นนอน นางรับประทานอาหารเช้าแล้วฟังรายงานจากเงา
เมื่อสิ้นเสียงเขาเจียงหลีก็วางถ้วยและตะเกียบแล้วเอนพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้าน นิ้วนางเคาะเบาๆ ที่พนักวางแขน “ดูท่าทาง เป่ยเหมินเวยคงอยากยุแยงความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับลู่เสวียน หวังจะให้หลังจากลู่เสวียนกลับราชวงศ์ไปแล้วติดต่อกับพวกเก่าแก่ของตระกูลลู่เพื่อจัดการข้าใช่หรือไม่”
“องค์ชายยังกล่าวอีกว่า พวกเขาต้องการใช้ประโยชน์จากการต่อสู้ของพวกท่านอย่างแน่นอน จากนั้นจึงโจมตีอย่างอุกอาจ สงครามภายในพร้อมกับศัตรูต่างแคว้น ราชวงศ์จยาเซียนจะล่มสลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และจะตกอยู่ในเงื้อมมือของเป่ยโหรว” เงากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
เจียงหลีเลิกคิ้วอย่างยียวน “เป่ยเหมินเวยตกลงผลประโยชน์อะไรกับลู่เสวียน”
“…” เงานิ่งเงียบ
เจียงหลีเบนสายตามองเขาแล้วเข้าใจในทันที ปัญหานี้หากลู่เสวียนไม่บอกเองเงาก็ไม่ถาม หรือไม่ก็การตกลงเจรจาของลู่เสวียนและฮ่องเต้เป่ยโหรวยังไม่ได้ลงลึกในขั้นตอนนี้
เจียงหลีถอนสายตากลับมาแล้วค่อยๆ นั่งหลังตรง เคาะนิ้วบนโต๊ะแล้วเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง “ดูแล้ว ข้าต้องไปเจอหน้าเจ้านั่นเองซะแล้ว”
เงามองนางอย่างประหลาดใจ
ตอนนี้เวลานี้ไม่ว่าเจียงหลีจะไปเรือนรับรองซื่อฟางหรือให้ลู่เสวียนออกจากเรือนรับรองมาเจอนางต่างอาจตกเป็นที่สงสัยได้ทั้งนั้น
“ไม่ใช่ยุแยงตะแคงรั่วหรอกหรือ ข้าก็ทำได้เช่นกัน!” เจียงหลียิ้มตาหยีแล้วออกคำสั่งกับเงา “ราชวงศ์
จยาเ