ป็นแพะรับบาปที่ฆ่าทุกคนก็นับว่าไม่ใช่การใส่ร้าย เพราะเจียงหลีเองก็คิดจะทำเช่นนี้เหมือนกัน
ล้อเล่นรึ สุภาพชนอย่างไป๋เซี่ยงเลี่ยบีบบังคับโลภเอาสมบัติของนางจนต้องการจะฆ่านาง นางต้องแสร้งทำเป็นแม่พระใจกว้างมีเมตตาต่อทุกสรรพสิ่งอย่างนั้นหรือ
“ฆ่าเจ้า…ฆ่าเจ้า…ข้าจะฆ่าเจ้า”
ราวกับไป๋เซี่ยเลี่ยไม่ได้ยินในสิ่งที่นางพูด ปากท่องคำนั้นซ้ำไปมาไม่หยุด
เจียงหลีได้ยินคำที่เขาท่องก็ยกมือเอานิ้วอุดหูตัวเองก่อนจะเอ่ยขำ “ที่นี่นอกจากข้ากับเจ้าก็ไม่มีคนอื่นแล้ว เลิกเล่นละครสักทีได้ไหม”
“ฆ่าเจ้า…ข้าจะฆ่าเจ้า…”
เจียงหลีเอามือลงแล้วมองเขาด้วยสายตาซุกซน “คนที่เป็นบ้ายังสามารถตัดสินใจชัดเจนได้หรือ กำจัดสาวกสองสามคนที่คุกคามคุณตั้งแต่แรกใช่หรือไม่ ไม่ต่อกรกับพวกเขาทั้งยังกำจัดฐานการฝึกบำเพ็ญของพวกเขาอย่างชาญฉลาดอีกด้วยเพราะเกรงว่าจะทำให้แผนการสังหารของเจ้าเป็นไปอย่างยากลำบากใช่หรือไม่ ถึงอย่างไรสถานการณ์ก็โกลาหลอยู่แล้ว สำหรับเจ้ามันกลับยิ่งเป็นประโยชน์ ในฐานะที่เป็นถึงผู้อาวุโสของตระกูลไป๋เซี่ยง เจ้าอยากฆ่าปิดปากมันอาจจะจัดการได้ง่ายกว่าข้าเยอะเลย”
ประโยคนี้ทำให้ไป๋เซี่ยงเลี่ยเลิกเสแสร้งสักที
ในที่สุดเขาก็ไม่ท่องคำนั้นแล้วสงบนิ่งจ้องนางเขม็ง
เจียงหลีหัวเราะออกมา “ไม่พูดไม่ได้ว่า เจ้าก็เป็นบุคคลเพื่อล้างบาปจากการฆ่าเผ่าพันธุ์ตัวเอง คิดไม่ถึงว่าจะลงมือได้โหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ ก็เลย…”
จู่ๆ นางก็หยุดและไม่ได้เ