“เลี่ยฉางเหล่า นี่ท่านหมายความว่าอย่างไร” เจียงหลียกยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน
ไป๋เซี่ยงเลี่ยขมวดคิ้ว ให้นางทาสติดตามเข้าไปในสุสานก็ทำให้พวกเขาเหล่าตระกูลไป๋เซี่ยงโกรธอยู่แล้ว ตอนนี้คิดไม่ถึงว่าจะให้นางมาพูดจาฉอดๆ กับเขาเยี่ยงนี้
“หึ เจ้ากล้าแตะต้องของในสุสานโบราณจึงทำให้มันถล่มลงมา ทั้งยังทำร้ายลูกศิษย์ตระกูลไป๋เซี่ยงของข้าอีก ตอนนี้ให้เจ้าเอาของออกมาย่อมมีเหตุผลอยู่แล้ว” ไป๋เซี่ยงเลี่ยปฏิบัติต่อเจียงหลีไม่สุภาพเหมือนปฏิบัติต่อเหวินเหรินชิ่งชิ่ง
เหวินเหรินชิ่งชิ่งขมวดคิ้ว “เลี่ยฉางเหล่า เจ้าจักฟังความเพียงข้างเดียวได้เยี่ยงไรล่ะ”
ไป๋เซี่ยงเลี่ยหันมามองนาง จากนั้นยกยิ้มแสร้งทำเป็นใจดี “องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน อย่ายื่นมือเข้าแทรกจะดีกว่า เรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายของศิษย์ตระกูลไป๋เซี่ยงของกระหม่อม ในฐานะที่หระหม่อมเป็นผู้อาวุโสของตระกูลจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้า!” เหวินเหรินชิ่งชิ่งพลันมีสีหน้าเย็นชาดวงตาเฉียบคม “พวกเขาเป็นพระราชอาคันตุกะของฝ่าบาท แล้วก็เป็นประชาชนของเป่ยโหรว เลี่ยฉางเล่าอย่าพึ่งวู่วาม ถึงอย่างไรสุสานถล่มด้วยสาเหตุใดจะระบุได้อย่างไรว่าเกี่ยวข้องกับเซ่าจวิน หากบอกว่าเป็นเพราะฉกฉวยเอาของมาถึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราที่เข้าไปเกือบทุกคนที่แตะต้องของในสุสาน คนในตระกูลไป๋เซี่ยงของท่านก็หาสมบัติในสุสานม