าไม่น้อย ใครจะไปรู้ว่าผู้ใดแตะต้องอะไรที่เป็นสาเหตุทำให้สุสานถล่ม”
คำพูดของนางทำให้สีหน้าของไป๋เซี่ยงเลี่ยมัวหม่น แววตาของคนในตระกูลไป๋เซี่ยงคนอื่นต่างเยือกเย็น ลู่เสวียนและเจียงหลีหันไปมองนาง ลู่เสวียนพึมพำ แม่นางน้อยผู้นี้นับว่ามีน้ำใจ ส่วนเจียงหลีเองก็ประทับใจในตัวเหวินเหรินชิ่งชิ่งยิ่งกว่าเดิม
อย่างน้อยเมื่อเผชิญความขัดแย้งดังกล่าว นางก็ไม่ได้เห็นแก่ตัว
ไป๋เซี่ยงเลี่ยกลับยิ้มเย็นเยียบ “องค์หญิงต้องการแอบอ้างถึงฝ่าบาทเพื่อกดดันกระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ ตระกูลไป๋เซี่ยงไม่ได้หมายถึงหยวนหวัง แต่นางทาสผู้นี้จำเป็นต้องนำของที่เอามาจากสุสานโบราณออกมา จากนั้นกักตัวที่จวนไป๋เซี่ยงชั่วคราวก่อน รอจนกว่าพวกเราจะตรวจสอบแน่ชัดแล้ว หากทำให้แม่นางผู้นี้ขุ่นข้องหมองใจ พวกเราจะคืนของตามจำนวนที่นางได้มาให้พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ได้ พวกเจ้าจะมาพาตัวนางกำนัลของข้าไปได้อย่างไร” ลู่เสวียนปฏิเสธออกไปโดยไม่ทันคิด
แม้ไป่เซี่ยงเลี่ยกำลังยิ้มให้อยู่แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็น “หยวนหวัง ที่นี่คือเป่ยโหรวมิใช่ราชวงศ์จยาเซียน ถึงอย่างไรพวกเราก็ไม่ทำอะไรนางกำนัลของท่านหรอก หากท่านไม่สบายใจจริงๆ ก็เตือนให้นางส่งของในมือออกมา ตระกูลไป๋เซี่ยงของเราเห็นแก่หน้าของหยวนหวังและฝ่าบาทก็จะไม่ถือสาเอาความนางอีกแล้วปล่อยนางกลับไปกับท่าน”
“ไม่ได้!” ลู่เสวียนปฏิเสธอีกครั้งด้วยท่าทีหนักแน่น
เขาจะให้คนในตระกูลไป๋เซี่ยงจับตัวเจีย