เปล่า”
เมื่อพูดจบแววตาของนางก็ดำดิ่งลงเข้มแข็งขึ้นไม่มีสิ่งใดเปรียบ “ในเมื่อถอยไม่ได้ก็ไม่มีทางอื่นแล้ว เช่นนั้นก็ทำได้เพียงก้าวต่อไปข้างหน้า”
“ใช่ ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ไม่มีเหตุผลที่ต้องยอมแพ้” ลู่เสวียนพูดพลางเดินตามทันเจียงหลี
เหวินเหรินเห็นทั้งสองเลือกเช่นนี้ก็เปลี่ยนสีหน้าจากนั้นจึงเดินตามขึ้นมาสมทบ
“เราไปกันเถอะ” เจียงหลีเอ่ยขึ้นและก้าวเข้าไปในประตูหินก่อนใคร
ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งไม่รอช้ารีบตามนางเข้าไป หลังจากทั้งสามเข้าไปในประตูแล้ว ทันใดนั้นประตูหินก็ปิดกลับไปเหมือนเดิม ที่ด้านนอกประตูหิน เศษก้อนหินแตกของสัตว์ประหลาดเหล่านั้นก็ดูเหมือนว่าจะลอยกลับเข้ามายังเสาหินดังเดิม มีเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดดังออกมาแผ่วเบาด้วยความโกรธแต่กลับทำอะไรไม่ได้ พวกมันกลับมาเป็นหินแกะสลักพันรอบเสาหินใหม่อีกครั้ง
“เซ่าจวิน เซ่าจวิน!”
คนล่ะ
ลู่เสวียนยืนอยู่กับที่กวาดสายตามองไปรอบๆ แต่กลับไม่เจอแม้แต่เงาของเจียงหลี
เห็นๆ กันอยู่ว่าพวกเขาสามคนเข้ามาพร้อมกัน แต่พอผ่านความมืดที่เต็มไปด้วยความน่ากลัวและจิตสังหารเข้ามาก็ไม่เห็นเจียงหลีเสียแล้ว
“ตอนเข้ามา เรายังได้ยินเสียงนางชัดเจนอยู่เลยนี่นา” เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็กระวนกระวายขึ้นมาบ้าง
ตอนนี้ นางและลู่เสวียนยืนอยู่ท่ามกลางห้องโถงใหญ่ ในห้องโถงใหญ่แห่งนี้ไม่มีสิ่งของที่ฝังมาพร้อมกับศพ แต่เป็นเพียงห้องโถงใหญ่ธรรมดาเท่านั้น พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่า