เข้ามาได้อย่างไร แค่รู้สึกว่าพอดวงตาได้รับแสงสว่างก็มาปรากฏตัวในที่แห่งนี้เสียแล้ว
แต่ทว่า เจียงหลีหายไปไหน
“หรือว่าเมื่อครู่นี้เดินแยกทางกัน” น้ำเสียงของลู่เสวียนมีความร้อนรนขึ้นมาบ้าง
ท่าทางกระวนกระวายของเขาทำให้เหวินเหรินชิ่งชิ่งยิ่งสงสัยในสถานะของเจียงหลี “เซ่าจวินคนนั้น เป็นนางกำนัลของเจ้าจริงๆ หรือ”
คำถามจู่โจมเช่นนี้ทำเอาลู่เสวียนนิ่งค้างไปทั้งร่าง สถานะของเจียงหลีจะแพร่งพรายออกไปมิได้เด็ดขาด ถึงอย่างไรอีกฝ่ายยังเป็นถึงองค์หญิงแห่งราชวงศ์เป่ยโหรว
“อืม” ลู่เสวียนตอบหนึ่งเสียงด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแล้วเอ่ยประชด “ถึงจะเป็นแค่นางกำนัลแต่ก็เป็นคนมีชีวิตจิตใจ”
เมื่อเห็นว่าเขาเข้าใจตนเองผิด เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็หน้าเสียแต่กลับไม่โต้เถียงเพียงแต่พูดออกมาหนึ่งประโยค “วางใจเถอะ ข้ามองเห็นความสามารถของนางที่แข็งแกร่งกว่าเรามาก จะให้ห่วงนางหรือมิสู้ห่วงพวกเราเองดีกว่า”
“เจ้า!” นัยน์ตาของลู่เสวียนฉายแววเดือดพล่าน
เหวินเหรินชิ่งชิ่งจ้องตากลับอย่างไม่สบอารมณ์ ท่าทางโผงผางตรงไปตรงมาทำให้ลู่เสวียนโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“นางตัวคนเดียว ทั้งยังไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนหรือตกอยู่ในสถานการณ์ใด แล้วไม่คุ้ยเคยกับสุสานโบราณแห่งนี้ เจ้ายังพูดจาแล้งน้ำใจอีก” ลู่เสวียนเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งแสยะยิ้ม “พูดอย่างกับว่าข้ารู้เรื่องสุสานโบราณนี้ดี ทุกคนต่างก็เคยเข้ามาเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ทุกอย่าง