ไปบ้าง
“เหอะ! พวกตระกูลไป๋เซี่ยงนี่ขี้โกงจริงๆ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งสบถ สายตาเต็มไปด้วยแววมาดร้าย
ถ้าไม่ใช่เพราะขี้โกงจะปล่อยทางให้คนในตระกูลตัวเองเดินเข้ามาง่ายๆ หรือ แล้วยังให้พวกเขาสามคนเดินเข้าไปในอันตราย ทางเข้าที่ห่างไกล ทำไมพวกเขาถึงได้เข้ามาในสุสานล่าช้าเยี่ยงนี้
ลู่เสวียนไม่ได้นึกโมโหมากมายขนาดนั้นแต่กลับหัวเราะเสียอีก “เจ้าบอกแล้วว่าให้ทำตามกฎกติกา สิทธิในการสำรวจครั้งแรกน่าจะเป็นของตระกูลไป๋เซี่ยงที่ค้นพบสุสานโบราณ เจ้าเป็นถึงองค์หญิงแห่งราชวงศ์อยากแทรกแซง พวกเขาโกงนิดโกงหน่อยก็พอจะเข้าใจได้”
“นี่เจ้า!” เมื่อเหวินเหรินชิ่งชิ่งเห็นเขาวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองจึงอดมีสีหน้าสลดลงไม่ได้ นางเอ่ยถาม “แล้วตกลงเจ้ามาจากตระกูลไหน ตระกูลไป๋เซี่ยงได้ให้ผลประโยชน์อะไรเจ้าหรือเปล่า”
“ข้าไม่ได้มาจากตระกูลไหนทั้งนั้น” ลู่เสวียนเอ่ยตอบ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “หากข้าแทรกแซงจริง เจ้าและนางกำนัลของเจ้าผู้นั้นจะมีโอกาสเข้ามาได้อย่างไร”
“…” ลู่เสวียนไม่มีสิ่งใดจะเอ่ย
อันที่จริง ประสบการณ์ฝึกฝนเช่นนี้ หากเขารู้เขาก็จะหาทางเข้ามาลองดูเหมือนกัน
“เอาล่ะ เราอย่ามัวแต่เถียงกันเลย” เหวินเหรินชิ่งชิ่งปรับสีหน้าดีขึ้น แต่ดวงตาเฉียบคมกับมองไกล “เราตามศิษย์ตระกูลไป๋เซี่ยงให้ทัน”
“ที่นี่ที่ไหน ลู่เสวียนล่ะ”
เจียงหลียืนงงอยู่บนเส้นทางหนึ่งในสุสาน ข้างกายนางกลับไม่มีใครสักคน
เห็นได้ชัดว่านางเข้าม