แส้ยาวในมือของเจียงหลีว่องไวราวกับงูเลื้อยไปมาท่ามกลางกองทัพอินชุ่ย นางถือแส้ไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหลอมรวมกับกรงเล็บเลี่ยเทียนซื่อคุ้มกันและสกัดกั้นทหารนับพันอยู่ด้านล้างหน้าผาเพียงผู้เดียว
เหวินเหรินชิ่งชิ่งจ้องเงาร่างของนางด้วยสายตาเร่าร้อน
ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งเช่นนี้จะเป็นสิ่งที่นางโหยหาตลอด!
“เร็วเข้า!” ลู่เสวียนเคยเห็นความเก่งกาจของเจียงหลีไม่รู้ต่อกี่ครั้ง แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตกตะลึงเหมือนเหวินเหรินชิ่งชิ่งขนาดนั้น
เพี๊ยะ!
แส้ยาวถูกฟาดออกไปอีกครั้งและโจมตีอินซุ่ยที่รายล้อมจนกระเด็นเซ่นซ่าน เจียงหลีรีบถอยไปยังหน้าผาอย่างรวดเร็วเพื่อคว้าเชือกเอาไว้มือหนึ่ง ส่วนอีกมือก็ยังหวดแส้ “ถอยไป!”
แฮร่ๆ!
อินซุ่ยถูกนางหวดจนร่นถอยไป ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งจึงออกแรงดึงเชือกรีบดึงเจียงหลีให้ขึ้นมาอยู่บนสะพานขาดนั้นด้วยกัน
เมื่อสองขาถึงพื้น แส้ในมือของเจียงหลีก็กลายร่างเป็นกำไลสวมข้อมือนางซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น ล่างเหวลึกยังคงได้ยินเสียงร้องคำรามของอินซุ่ยดังขึ้นมาไม่ขาดสาย เพียงแต่ว่าตรงนี้สูงเกินไป แม้พวกมันพยายามจะปีนป่ายกระโดดขึ้นมายังไม่สามารถเข้าใกล้ทั้งสามคนบนสะพานขาดได้
“เจ้าเป็นใครกันแน่” แววตาตกตะลึงของเหวินเหรินชิ่งชิ่งปราดมองตั้งแต่ข้อมือของเจียงหลีจรดใบหน้าของนาง ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าดวงตาสดใสบนใบหน้าดูธรรมดานี้ช่างมีเอกลักษณ์โดดเด่น
การกระทำของเจียงหลีเมื่อครู่