นี้ทำให้นางไม่เชื่ออีกว่านางจะเป็นเพียงนางกำนัลรับใช้ที่ตามประกบลู่เสวียนเท่านั้น
“ข้าเป็นคนดี” เจียงหลีกระหยิ่มยิ้ม นางไม่มีทางเผยตัวตนง่ายๆ หรอกนะจะบอกให้
“…” เหวินเหรินชิ่งชิ่งเบะปาก นี่มันคำตอบอะไรกัน
“รีบไปกันเถอะ อินซุ่ยพวกนี้คุ้มกันอยู่ที่นี่ หรือพวกเจ้าอยากจะสู้กับมันอีกล่ะ” ลู่เสวียนยืนขึ้นเบียดตรงกลางระหว่างสองคน ขัดจังหวะสายตาของพวกนางแล้วเอ่ยเร่งเร้า
เมื่อกล่าวถึงอินซุ่ย เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็มีสีหน้าขาวซีดอีกครั้งแล้วไม่เซ้าซี้ถามเกี่ยวกับสถานะที่แท้จริงของเจียงหลีอีก นางจึงบ่นขมุบขมิบ “ไปสิๆ”
ทั้งสามเดินเข้าสู่เส้นทางเดียวที่เหลืออยู่ แม้ข้างในจะแคบแต่ก็ยังสามารถรองรับทั้งสามคนได้ เมื่อเดินไกลออกไปเสียงคำรามของอินซุ่ยถึงจะค่อยๆ เงียบหายไป
“พวกมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดเลยหรือไม่” หลังจากลู่เสวียนมีสีหน้าผ่อนคลายลงก็เอ่ยถามอย่างสงสัย
เหวินเหรินชิ่งชิ่งส่ายหน้าช้าๆ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้าเคยอ่านเจอในตำราเล่มหนึ่ง หากอินซุ่ยไม่มีพลังของคนเป็นคอยไปกระตุ้นมันก็จะสงบลง แต่ข้าก็พึ่งเคยเจออินซุ่ยเป็นครั้งแรก ไม่รู้เป็นเช่นนี้จริงหรือเปล่า ข้าไม่รู้เหมือนกัน”
“ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ ถึงอย่างไรพวกมันก็กระโดดขึ้นมาไม่ได้อยู่แล้ว!” ลู่เสวียนยกมือขึ้นปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า เขากลับคืนสู่สภาพสงบได้ตั้งนานแล้ว
ทุกสรรพสิ่งบนโลก ล้วนมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้จริง ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอย