าล้วนเป็นผู้บำเพ็ญขั้นสูงสุดของดินแดนหนานฮวง สุสานของพวกเขาต้องยิ่งใหญ่แน่นอน ทั้งยังต้องมีผู้คุ้มกันมากตามอีกด้วย พวกเราเดินมานานขนาดนี้ นอกจากอินซุ่ยที่เจอไปก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่เจอเรื่องอื่นๆ ฉะนั้นอธิบายได้แค่ว่าพวกเรายังคงอยู่ในชายขอบนอกสุดของสุสานโบราณ”
“ยังคงอยู่ในชายขอบนอกสุดอย่างนั้นหรือ ตกลงสุสานโบราณนี่ใหญ่ขนาดไหนกันแน่” เมื่อลู่เสวียนได้ยินคำพูดของเจียงหลี จู่ๆ เขาก็หยุดเดินแล้วมองนางด้วยความประหลาดใจ
เจียงหลียักไหล่แล้วเดินอ้อมเขาไปข้างหน้า “ใครจะไปรู้ล่ะ”
“…”
“…”
ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งมองเงาร่างสง่าผ่าเผยของนางอย่างพูดไม่ออก เดิมทีพวกเขาคิดว่า นางอาจจะมีข้อสรุปดีๆ ให้บ้างแต่ดูผลลัพธ์สิ เหอะ!
ทั้งสามยังคงคลำหาทางเดินต่อไป เมื่อเดินได้เกือบครึ่งวัน พวกเขาค้นพบว่ามีแสงริบหรี่อยู่ข้างหน้า
“ในที่สุดก็จะเดินออกไปแล้วหรือ นับว่าข้ารู้ว่าทำไมการฝึกประสบการณ์ของกฎครั้งนี้ของตระกูลไป๋
เซี่ยงถึงได้กินเวลานานขนาดนี้” เหวินเหรินชิ่งชิ่งเพิ่มความเร็วในการก้าวไปข้างหน้าด้วยสีหน้าตื่นเต้น
อย่างไรก็ตามยังคงอยู่ชายขอบของสุสานโบราณทำให้พวกเขาล่าช้าเป็นเวลานานขนาดนี้ นับประสาอะไรกับใจกลางสุสานโบราณจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง
แสงสว่างข้างหน้ากระตุ้นให้พวกเขาทั้งสามเร่งฝีก้าว
ในที่สุดพวกเขาก็ก้าวออกมาจากทางยาว ขาก้าวข้ามออกมาจากที่ๆ มีแสงสว่าง
เจียงหลีรู้สึกแค่ว่าทันใดนั้นข้างหน้าเปิดก