ว้าง โชคดีที่แสงไม่แยงตามากเท่าไหร่จึงไม่มีผลกระทบต่อสายตามากนัก
“ที่นั่นน่าจะเป็นประตูสู่โถงหลักของสุสานใช่หรือไม่!” ลู่เสวียนชี้ด้านหน้าที่ไม่ไกลนักเมื่อประตูหินสูงใหญ่ตั้งตระหง่านแล้วเอ่ยขึ้น
“เจียงหลีถอนสายตาแล้วมองไป เห็นเพียงประตูหินสูงหลายจั้ง กว้างประมาณสามจั้ง ด้านข้างประตูหินยังมีเสาหิน ด้านล่างประตูหินยังมีบันไดเป็นขั้นๆ ลงไป
นอกจากนี้ในพื้นที่ว่างนี้ก็ไม่มีสิ่งใดอีกแล้ว
“ต้องใช่แน่ๆ!” เหวินเหรินชิ่งชิ่งรีบก้าวขึ้นบันไดยืนตรงหน้าประตูหิน
นางเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปยังด้านบนสุดของประตูหิน ประตูหินสูงใหญ่ทำเอานางเหลือตัวเล็กเพียงกระจิ๊ดเดียว
นางยกแขนขึ้นดันประตูหินโดยไม่ต้องคิดแล้วถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าสู่ประตูหินเพื่อให้มันเปิดออก
“อ้าก!” ใช้พลังทั้งหมดดันออกไปแต่ประตูหินกลับไม่ขยับเขยื้อนสักกระผีก
เหวินเหรินชิ่งชิ่งรู้สึกเหนื่อยล้าจึงหันไปพูดกับลู่เสวียนและเจียงหลี “พวกเจ้ามัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบเข้ามาช่วยข้าสิ”
ลู่เสวียนรีบขึ้นบันไดอย่างไม่ลังเลเพื่อช่วยเหวินเหรินชิ่งชิ่งดันประตู
แต่เจียงหลีกลับไม่ได้ให้ความสนใจกับประตูหิน แต่นางกลับมองไปที่เสาหินสูงใหญ่ด้านข้างประตู
บนเสาหินมีการแกะสลักรูปสัตว์ประหลาดคล้ายมังกรหรืองูที่กำลังคดเคี้ยว ลายแกะสลักนี้ดูมีชีวิตชีวา เกล็ดบนร่างสัตว์ประหลาดราวกับว่ามันมีชีวิตจริงๆ และชัดเจนมาก มันมีสีหน้าดุดันน่ากลัว ปากอ้ากว้างเผยให้เห็นเขี้ยวคม บน