างไรต่อล่ะ เจียงหลีจะจดจำเขาคนนี้ไปตลอดจริงๆ หรือ
ทันใดนั้น เจียงหลีก็รู้สึกอึดอัดใจ ถึงขั้นหงุดหงิด “ข้ารู้มาตลอดว่าเรื่องของชายหญิงเป็นเรื่องที่ทุกข์ เมื่อก่อนเป็นข้าที่เห็นผู้อื่นว้าวุ่น พอมาถึงทีตัวเอง ถึงได้รู้ว่ามีเรื่องมากมายที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้”
ปัง!
เจียงหลีใช้มือทุบลงไปบนโต๊ะอย่างแรง กัดฟันแล้วพูดว่า “ลู่เจี้ย เจ้านี่บ้าจริงๆ เลย!” ถ้าหากไม่ใช่เพราะแผนที่เขาวางไว้ หรงจิ่งคงไม่ถูกทำให้สะเทือนใจแบบนี้หรอก
ทันใดนั้น เจียงหลียิ้มเยาะออกมาจากสายตา พูดพึมพำกับตัวเองว่า “ลู่เจี้ยนะลู่เจี้ย ถ้าท่านรู้ว่าได้ขุดหลุมไว้ให้ตัวเอง ท่านจะทำอย่างไร” ชั่วขณะนั้น นางก็อยากจะเห็นว่าจักรพรรดิผู้ที่นับพันปีหน้าก็ไม่เปลี่ยนแปลงจะทำหน้าอย่างไร
ชายผู้ที่หึงแม้กระทั่งอีกร่างของตนเอง จะยอมให้ในใจของนางจดจำชายอื่นได้อย่างไร
หายใจเข้าลึกๆ เจียงหลีเลิกคิดเรื่องที่ว้าวุ่นนี้ “นอน! คืนนี้ไม่ฟงไม่ฝึกแล้ว!”
…
วันรุ่งขึ้น เจียงหลีนอนจนตะวันสายโด่ง
ในตอนที่นางตื่นขึ้นมา ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว จะไปหาลู่เสวียน ก็ค้นพบว่าในเรือนรับรองซื่อฟางมีแขกที่ไม่คาดคิดอยู่หนึ่งท่าน
นางมาได้อย่างไร
เจียงหลีมองเหวินเหรินชิ่งชิ่งด้วยความแปลกใจ แล้วก็มองลู่เสวียนที่นั่งหน้าเครียดอยู่ตรงข้าม เอ๊ะ…..เกิดอะไรขึ้น มาก็มาแล้ว ทำไมถึงทำหน้าไม่ยินยอมแบบนั้น? เหมือนว่าจะโดนบังคับให้มาเรือนรับรองซื่อฟาง ส่วนสีหน้าของลู่เสวี