ยน ก็เหมือนจะไม่ค่อยต้อนรับองค์หญิงพระองค์นี้เท่าไหร่!
“คือ…”
ได้ยินเสียงของนาง แววตาของลู่เสวียนก็เป็นประกายขึ้นมา “เซ่าจวิน เจ้ามาแล้ว!” เขาลุกขึ้นอย่างตื่นเต้น แล้วรีบเดินไปหาเจียงหลี
สายตาของเหวินเหรินชิ่งชิ่งก็มองไปยังพวกเขาทั้งสองคน ถึงขั้นมองเจียงหลีอย่างพินิจพิเคราะห์ด้วยความสงสัย
ในงานเลี้ยงวังเมื่อคืน เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็ได้ปะทะกับลู่เสวียนแล้ว แต่กลับไม่เห็นว่ามีเจียงหลีอยู่ แน่นอนว่าเป็นเพราะผลของการที่เจียงหลีตั้งใจจัดการอย่างเงียบๆ
“ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ก็รีบไล่นางไปซะ” พอลู่เสวียนเดินไปถึงข้างๆ เจียงหลี ก็พูดเสียงเบา
ใครจะรู้ เจียงหลียังไม่ทันได้ถาม ก็เห็นเหวินเหรินชิ่งชิ่งลุกขึ้นมา แล้วตะโกนใส่ลู่เสวียนว่า “นี่ คนที่ตรงไปตรงมาเขาไม่แอบคุยกัน เจ้ามาว่าข้าลับหลังต่อหน้าข้า ยังมีความเป็นสุภาพบุรุษยู่หรือไม่”
“…” ลู่เสวียนยิ่งหน้าเครียดเข้าไปอีก
เจียงหลีกะพริบตามองไปยังหน้าของเขา แล้วก็มองเหวินเหรินชิ่งชิ่งด้วยความอยากรู้ แล้วก็แอบๆ ถอยหลังไป
เห็นท่าทางของนาง ลู่เสวียนสีหน้าดิ้นรน แล้วพูดว่า “ไร้น้ำใจ!”
เจียงหลีมุมปากกระตุก ไม่ได้รู้สึกอะไร
“ถ้าไม่ใช่เพราะว่าฝ่าบาทให้ข้ามาบอกเจ้าเรื่องการฝึกประสบการณ์ของตระกูลไป๋เซี่ยง เจ้าคิดว่าข้าจะมาไหมเล่า” เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดเหตุผลที่มา
ที่แท้ก็มาเพราะเรื่องนี้ เจียงหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เข้าใจแล้ว
นางมองลู่เสวียน แววตามีความตำหนิ