เหมือนกำลังพูดว่า เรื่องนี้เจ้าผิด
ลู่เสวียนกลับหันไปอย่างโมโห แล้วตะโกนใส่เหวินเหรินชิ่งชิ่งว่า “เจ้าอยากพูดอะไรก็พูด ทำไมพอมาถึงก็มาต่อว่าข้า ยังบอกให้ข้าไปไกลๆ ไม่ต้องมาใกล้ชิดกับเจ้า ไม่ต้องมาคิดหาวิธี เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน”
ฮะ……
ในใจเจียงหลีหัวเราะ เหอะๆ แล้วก็แอบๆ ถอยหลังไปอีกก้าว
หางคิ้วของเหวินเหรินชิ่งชิ่งยกขึ้น สีหน้ามีความเหยียดหยาม “ข้าเพียงแค่จะเตือนเจ้า ทางที่ดีอย่ามาหาเรื่องข้า ข้าไม่มีทางชอบเจ้า และไม่มีทางแต่งงานกับเจ้า ต่อให้เป็นพระราชโองการก็ไม่แต่ง! ไม่มีใครบังคับข้าเหวินเหรินชิ่งชิ่งให้ทำเรื่องที่ไม่อยากทำได้!”
มีเอกลักษณ์! เจียงหลีมองนางด้วยความชื่นชม ในใจเกิดความรู้สึกชอบเหวินเหรินชิ่งชิ่งขึ้นมา
“เหอะ! เจ้าวางใจได้ ข้าจะชอบใครก็คงไม่ใช่เจ้า ต่อให้ผู้หญิงทั้งโลกตายหมดแล้ว ขอก็ไม่แต่งกับเจ้า!” ลู่เสวียนยิ้มเยาะ
“…” เจียงหลีเงยหน้ามองลู่เสวียน ด่าในใจ เจ้าเด็กบ้า ผู้หญิงทั้งโลกตายหมดอย่างนั้นรึ นางไม่ใช่ผู้หญิงหรืออย่างไร มาแช่งนางรึ
“เช่นนั้นก็ดี! จำคำพูดวันนี้ของเจ้าไว้ด้วย” เหวินเหรินชิ่งชิ่งยิ้มเยาะอย่างเหยียดหยาม
“ข้าไม่จำเฉพาะชาตินี้หรอก ชาติหน้า ชาติหน้าๆ ก็จะจำไว้!” ลู่เสวียนตอบกลับไปอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ
“เช่นนั้น…” เจียงหลีดูต่อไปไม่ได้ ทนไม่ไหวพูดแทรกทั้งสองที่ทะเลาะกันอยู่
ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งมองนางมาพร้อมๆ กัน ขณะนั้น นางก็รู้สึกว่าทั้งส