องต่างรู้กัน แล้วก็รู้สึกเหมือนกัน
“องค์หญิง น่าจะพูดเรื่องการฝึกของตระกูลไป๋เซี่ยงเสียหน่อยไหมเพคะ” เจียงหลีพูดเตือน
“อ้อ! ใช่แล้ว เกือบลืมไปเลย” เหวินเหรินชิ่งชิ่งสงบสติอารมณ์ ไร้ซึ่งความหยิ่งยโสเหมือนเมื่อครู่นี้ เพียงแต่ตอนที่มองลู่เสวียน สีหน้าก็เย็นชาขึ้นมา ลู่เสวียนก็ส่งเสียงแสดงความไม่พอใจด้วยความอวดดี แล้วเมินหน้าหนี
“สถานที่การฝึกประสบการณ์ของตระกูลไป๋เซี่ยงในครั้งนี้ก็คือสุสานโบราณหลิงจง” เหวินเหรินชิ่งชิ่งดูจริงจังขึ้นมา
“สุสานโบราณหลิงจง!”
เจียงหลีและลู่เจี้ยส่งเสียงตกใจออกมาพร้อมกัน
หลิงจง!
นั่นคือการมีอยู่ที่สุดยอดที่สุดของหนานฮวง
“อืม…ก็มีที่บอกอีกอย่างหนึ่งว่าไม่ใช่หลิงจง แต่น่าจะเป็นเนี่ยนจง…” เหวินเหรินชิ่งชิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วก็แก้ให้ถูกต้อง
“เนี่ยนจงหรือ” ในใจของเจียงหลียิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น
“นี่ สรุปคือหลิงจงหรือเนี่ยนจงกันแน่!” ลู่เสวียนพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองเขาด้วยหางตา “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ข่าวลือจากข้างนอกมาแบบนี้ คนของตระกูลไป๋เซี่ยงค้นพบสุสานโบราณก่อนหน้านี้ได้ไม่นาน คนฝีมือดีของตระกูลได้ไปสำรวจมาแล้ว ค้นพบว่าไม่ได้อันตรายมาก ดังนั้นก็เลยเอาการสำรวจสุสานโบราณมาเป็นการทดสอบสำหรับคนรุ่นต่อไป”
“สถานที่นี้ถูกค้นพบ ผู้ที่มีอำนาจคนอื่นๆ จะไม่เข้าร่วมรึ” เจียงหลีถามด้วยความสงสัย
เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดว่า “นี่คือโชคชะตาของตระกูลไป๋เซี