่ใช่เสด็จพ่อหรือ เจียงหลีคิดในใจ พลันนึกขึ้นได้ว่าเคยคุยเรื่องประวัติขององค์หญิงทั้งหลายกับลู่เสวียนแล้ว
องค์หญิงที่มีอายุเหมาะสมทั้งสามของฮ่องเต้เป่ยโหรว มีหนึ่งคนที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขา
องค์หญิงองค์นี้ ว่ากันว่าตอนที่เขาวัยรุ่น พเนจรไปต่างถิ่น ลูกของพี่น้องร่วมสาบานกำเนิดหลังจากเขาถึงแก่กรรมแล้ว พี่น้องคนนั้นตายเพราะช่วยฮ่องเต้เป่ยโหรวไว้ ตอนภรรยาให้กำเนิดบุตร ก็จากไปขณะให้กำเนิดบุตร เหลือไว้เพียงลูกสาว เป่ยเหมินเวยจึงพากลับวังหลวง เลี้ยงดูเสมือนเป็นลูกสาวของตน และแต่งตั้งเป็นองค์หญิง ได้ยินมาว่านางชื่อชิ่งชิ่ง
เพียงแต่ว่า เมื่อได้ยินชิ่งชิ่งเรียกฮ่องเต้เป่ยโหรวว่าฝ่าบาท แต่ไม่ใช่เสด็จพ่อ จากตรงนี้ก็รู้ว่า ทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด เจียงหลีสรุปเองในใจ
เมื่อไม่ได้ยินเหวินเหรินชิ่งชิ่งหาเรื่องลู่เสวียนอีก เจ้าหนุ่มคนนี้ ก็คล้ายกับถอนหายใจอย่างสบายใจ และไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องแต่งงานต่อ
ให้ใกล้ชิดกันมากๆ เพิ่มพูนไมตรีจิตอะไรเหล่านี้ สำหรับเขาแล้ว กลับทำให้มีความอึกอัด วางตัวไม่ถูก
“พวกเจ้ากลับไปที่นั่งเถิด” เป่ยเหมินเวยชี้ไปทางที่นั่งว่างข้างเขา แล้วเอ่ยกับองค์หญิงทั้งสาม
ทั้งสามก็ไม่ได้พูดอะไร ทำตามคำสั่ง โดยเดินไปที่นั่งแล้วนั่งลง
ในเวลานี้ ฮ่องเต้เป่ยโหรวก็หันมาเอ่ยกับลู่เสวียนอย่างเป็นกันเอง “หยวนหวังไม่ต้องเขินอาย การแต่งงานเป็นเรื่องธรรมชาติของหญิงชายเมื่อถึงเวลาอันคว