ร ล้วนเป็นเรื่องปกติที่คนเขาทำกัน เพื่อความสงบของสองอาณาจักร หยวนหวังก็ต้องรีบใช้โอกาสนี้ มาใกล้ชิดลูกสาวทั้งสามของข้า! ”
การพูดหยอกล้อของเขา ไม่ได้มีมาดของฮ่องเต้อยู่เลย ทำให้คนรู้สึกถึงความเป็นกันเอง และความอ่อนโยนทำให้เกิดความรู้สึกดีได้ง่าย
ลู่เสวียนหัวเราะอย่างอึดอัด แค่ทำได้เพียงพยักหน้าแบบฝืน “ข้า…ข้าจะพยายาม”
เมื่อเห็นว่าเขาลำบากใจ เป่ยเหมินเวยก็มิได้พูดต่อ และเปลี่ยนบทสนทนาไปเรื่องอื่น
เมื่อผ่านไปชั่วครู่ ผู้ฟังอย่างเหวินเหรินชิ่งชิ่งก็ลุกขึ้นเอ่ยกับเป่ยเหมินเวย “ฝ่าบาท การทดสอบของคนตระกูลไป๋เซี่ยงจะเริ่มขึ้นแล้ว ได้ยินมาว่าตระกูลไป๋เซี่ยงจะไปสำรวจสุสานโบราณ ชิ่งชิ่งอยากไปร่วมสนุกในครั้งนี้ด้วย หวังว่าฝ่าบาทจะทรงอนุญาต และก็ไม่รู้ว่าตระกูลไป่เซี่ยงจะยินยอมให้ข้าเข้าร่วมเดินทางไปด้วยหรือไม่”
ภายในงานเลี้ยง เมื่อได้ยินเหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดถึงเรื่องนี้อย่างกะทันหัน ทำให้ตัวแทนจากตระกูลไป๋เซี่ยงไม่ทันได้ตั้งตัว หากปฏิเสธไปตรงๆ เกรงว่าจะทำให้ฝ่าบาทเสียหน้า หากไม่ปฏิเสธ มิใช่จะต้องแบ่งผลประโยชน์ให้คนนอกหรือ
ขณะที่เขารู้สึกลำบากใจ ทันใดนั้น เหวินเหรินชิ่งชิ่งส่งสายตาที่เฉียบแหลมมา ทำให้เขาต้องยิ้มแล้วเปิดปากพูด
“หากองค์หญิงสนใจร่วมเดินทางด้วย ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อตระกูลไป๋เซี่ยง แต่การสำรวจสุสานโบราณครั้งนี้อันตรายนัก ในนั้นมีภัยอันตรายอะไร พวกเราไม่อาจทราบได้ องค์หญิงฐานะ