ดูสงบนิ่งและลึกซึ้งคู่นั้นของเขา พูดชื่อที่ตนเองขึ้นไว้แล้วอย่างใจเย็น “เซ่าจวินเพคะ”
“ใช่ นางนามว่าเซ่าจวิน” ลู่เสวียนเปิดปากพูด อยากจะดึงดูดความสนใจมาไว้ที่ตัวเขาเอง
“เซ่าจวินหรือ เป็นชื่อที่ดี” เฉิงหวังหัวเราะ สุดท้ายก็เบี่ยงสายตาออกจากเจียงหลี
เซ่าจวิน เป็นชื่อที่เจียงหลีตั้งขึ้นมา
เดิมที นางคิดจะใช้แซ่ลู่ แต่แซ่นี้มันดึงดูดความสนใจมากเกินไป ทำให้เป็นจุดสนใจได้ง่าย ดังนั้น นางเลยใช้สถานะของตนเองเสียเลย ซึ่งเป็นคำพ้องเสียงคำว่า จวิน ที่แปลว่าฮ่องเต้ เพื่อเป็นการบอกใบ้ถึงสถานะของตนเอง
…
กลุ่มคนจากราชวงศ์จยาเซียนเดินตามเฉิงหวังไปยังเรือนรับรองเป็นขบวนใหญ่
หลังจากจัดการเรื่องรับรองเสร็จ เฉิงหวังเป่ยเหมินเจวี๋ยเรียกจงเจิ้งเหยี่ยมาที่ลับตาคน เอ่ยถามอย่างเบาเสียง “ส่งคนไปตรวจสอบ คนข้างกายของหยวนหวังว่าแม่นางเซ่าจวินปรนนิบัติเขามาหลายปีจริงหรือไม่”
จงเจิ้งเหยี่ยรู้สึกลำบากใจ “ท่านเฉิงหวัง ราชวงศ์จยาเซียนมีการกวาดล้างภายในถึงหลายครั้ง คนที่พวกเราส่งไปสืบก็ถูกจับได้จำนวนไม่น้อย ลู่เสวียนคนนี้ก็ดูเก็บตัวเงียบๆ มาโดยตลอด หากจะสืบเรื่องนี้เกรงว่าจะใช้เวลาไม่น้อย”
เป่ยเหมินเจวี๋ยคิ้วกระตุก สีหน้าดูผิดไป
จงเจิ้งเหยี่ยก็สังเกตเห็นสีหน้านั้น จึงรีบเอ่ยถามขึ้น “ท่านเฉิงหวังสงสัยในตัวเซ่าจวินหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เป่ยเหมินเจวี๋ยค่อยๆ พยักหน้า “แค่รู้สึกว่า ลู่เสวียนดูใส่ใจนางเป็นพิเศษ”
“หากเป็นเช่นนี้…”