้อตัวสั่นเทาไร้เรี่ยวแรง “จักรพรรดินี ข้าสนใจนาง อยากให้นางไปอยู่กับข้าคืนนี้ หากนางปรนนิบัติข้าได้ถูกใจ ข้าจะพานางกลับไปเป่ยโหรว ไม่ทราบว่าจักรพรรดินีจะสละนางให้ข้าได้หรือไม่”
เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา บนใบหน้าของนางรำมีความหวาดกลัวปรากฏอยู่ จึงรีบคุกเข่าหมอบลงกับพื้นเพื่อร้องขอความเมตตา “ฝ่าบาท! ฝ่าบาท ข้าน้อยอยากรำถวายอยู่ที่วังหลวงเพคะ ไม่ยินยอมจะไปปรนนิบัติใคร”
คำปฏิเสธของนาง ทำให้ไป๋เซี่ยงไท่โกรธจนคิ้วกระตุก
เขาทำเสียงฮึดฮัด เอ่ยกับเจียงหลี “จักรพรรดินี ก็แค่นางรำธรรมดา พระองค์คงไม่ใจแคบกับข้าหรือไม่”
คำพูดเช่นนี้ ดูเหมือนจะพูดจาเสียดสีเจียงหลีว่าไม่ได้ใจกว้างเหมือนฮ่องเต้เป่ยโหรว
“ไป๋เซี่ยงไท่!” จงเจิ้งเหยี่ยนส่งเสียงเตือน
ไป๋เซี่ยงไท่กับทำท่าทีจองหองมองไปที่เขา “ข้าแค่จะขอนางรำเพียงคนเดียว เรื่องแบบนี้ในตระกูลผู้มีอำนาจที่เป่ยโหรวของเราก็ทำกัน แต่ทำไมที่อาณาจักรจยาเซียน ถึงได้ใจแคบเช่นนี้”
“ฝ่าบาท…ฝ่าบาท…” นางรำคุกเข่ากับพื้น ทำได้เพียงส่ายศีรษะอย่างไม่คิดชีวิต เพียงเพื่อแสดงออกถึงความต้องการของตนเอง
เมื่อมีเหตุการณ์นี้แทรกขึ้นมา ทำให้เหล่าขุนนางชั้นของจยาเซียนต่างขมวดคิ้ว สีหน้าเยือกเย็น ตอนนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นางรำคนนั้น แต่เป็นท่าทีของไป๋เซี่ยงไท่ที่กำเริบเสิบสานเกินตัว
เพียงแต่ ฝ่าบาทยังไม่ได้เอ่ยปาก พวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก
เจียงหลีลุกขึ้นยืน คิ้วยิ่งขมวดแน่นขึ้น และมอง