่างรุนแรง “หนีอีกแล้ว!”
น่าเสียดายที่ต่อให้นางวิ่งตามออกไป ตอนนี้ก็ตามไม่ทันเสียแล้ว
จนปัญญา นางทำได้เพียงปล่อยให้เขาหนีไปได้อีกครั้ง
“หรือว่าครั้งนี้จะล้ำเส้นมากเกินไป ครั้งหน้าควรต้องระวังความเหมาะสมให้มากกว่านี้” หลังจากจิตใจสงบลง เจียงหลีก็กลับมาคิดทบทวน
…
หลังจากค่ำคืน เซ่าตี้ก็มิได้ปรากฏตัวขึ้นอีกเลย
ระหว่างที่เจียงหลีรออย่างขมขื่นและไตร่ตรองการกระทำของตนนับครั้งไม่ถ้วน เวลาได้ล่วงโรยไปครึ่งเดือนในช่วงพริบตา วันนี้มีสาสน์มาจากสถานีส่งสารนอกเมืองซั่งตู ได้รับแจ้งมาว่ามีคณะทูตจากเมืองเป่ยโหรวเดินทางถึงหอส่งสารของนอกเมืองแล้ว
“ตามกฎระเบียบ คณะทูตของเป่ยโหรวจะต้องมาถึงหอส่งสารก่อน ถึงจะสามารถนำพระราชสาสน์ขึ้นกราบทูลต่อฮ่องเต้ได้ หลังจากได้รับพระราชานุญาติจากฝ่าบาทแล้ว ก็จะสามารถส่งคนไปรับคณะทูตมาพักยังเรือนรับรองซื่อฟางได้ อวี้ซูได้นำเรื่องขึ้นกราบทูลจักรพรรดินีผู้ซึ่งกำลังหลับสะลึมสะลืออยู่
“อึ้ม ก็ทำตามกฎระเบียบไป” เจียงหลีตอบขณะที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
นางวางมือข้างหนึ่งไว้ที่ใต้คาง อีกข้างจับพู่กัน พยายามลืมตาขึ้นและทำการวาดเขียนบนโต๊ะ
“แล้วเรื่องงานเลี้ยงต้อนรับล่ะเพคะ” อวี้ซูถามขึ้นอีกครั้ง
“เจ้าจัดการตามความเหมาะสม” เจียงหลีตอบอย่างไม่ใส่ใจ
อวี้ซูแสยะปากยิ้ม “ฝ่าบาทที่แสนดีของข้า ท่านควรกำหนดเวลานะเพคะ”
“อืม ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็จัดซะคืนนี้เลยแล้วกัน” เจียงหลีกล่าว
อวี้