บมองเขาและหัวเราะอย่างมีความสุข ซึ่งทำให้ลู่เสวียนรู้สึกงวยงง
…
ณ พระราชวังซีเฉียน มิได้มีงานเลี้ยงใดๆ ซึ่งดูเหมือนวันปกติทั่วไป
แต่ทว่า หากสังเกตอย่างละเอียดก็จะรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลและรู้สึกถึงบรรยากาศตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ในทุกที่
“เสด็จพ่อ ข้าไม่คิดเลยว่าเสด็จพี่จะทำกันถึงเพียงนี้! ” เฉียนจวิ้นทำหน้าเจ็บปวดใจ
ฮ่องเต้ซีเฉียนมองศพบนพื้นด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง นี่คือมือสังหารที่เพิ่งถูกจับได้และเป็นคนที่บุตรชายคนโตส่งมาเพื่อวางยารอบสังหารเขา
เดิมทีเมื่อได้รับข่าวนี้ เขายังไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ มีพยานบุคคลชัดเจน จึงทำให้เขาไม่เชื่อไม่ได้
“จวิ้นเอ๋อร์ ลำบากเจ้าแล้ว” ฮ่องเต่ซีเฉียนพูดด้วยเสียงเรียบ
เฉียนจวิ้นก้มศีษะด้วยดวงตาที่มืดมน “เสด็จพ่อ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ข้าควรทำ เพียงแต่ เสด็จพี่กลับมาถึงแล้ว เราควรทำเช่นไรต่อไปดี”
ดวงตาของฮ่องเต้ซีเฉียนเผยความดุร้ายออกมาให้เห็น “พวกโจรกบฏคิดคดทรยศเช่นนี้ยังต้องพูดอะไรอีกหรือ ใครก็ได้เข้ามาเร็ว! ฆ่าล้างตำหนักคุนเหยียน!”
แสงอันน่าตื่นเต้นเป็นประกายในดวงตาของเฉียนจวิ้น ตำหนักคุนเหยียนเป็นที่ประทับของฮองเฮาซึ่งเป็นพระมารดาผู้ให้กำเนิดเฉียนลี่ พระราชโองการฉบับนี้เขียนอย่างชัดเจนแล้วว่าฮ่องเต้ซีเฉียนกับตระกูลของฮองเฮาแตกหักอย่างเปิดเผยแล้ว
ตำแหน่งขององค์รัชทายาท เห็นทีจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว เฉียนจวิ้นสะใจในใจ
“จวิ้นเอ๋อร์ ไปหาลูกชายอกตัญญูพร้อมกับข้า”