างเอื่อยเฉื่อย
จวนตระกูลหรงเงียบสงัดทั้งคืน หลังจากฟ้าสางก็ไม่มีข่าวการเปลี่ยนแปลงของราชสํานัก เขาดูไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยและยิ่งไร้ซึ่งความกังวล
ความเฉยชาของเขาทําให้อาเฉวียนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
“คุณชายจิ่งอยู่หรือไม่”
ทันใดนั้นก็มีเสียงถามดังมาจากนอกเรือน
เสียงนี้ไม่คุ้นหูเลย อาเฉวียนสะดุ้งโหยงลนลานรีบเดินออกจากประตู หรงจิ่งได้ยินเสียงนี้ ก็วางของในมือลงเช่นกัน
“พวกเจ้าเป็นใครกัน เข้ามาได้อย่างไร” เมื่ออาเฉวียนเห็นคนข้างนอกก็เอ่ยถามกระโชกโฮกฮาก
เซียวเซียวยืนอยู่ที่ด้านหน้า ด้านหลังเขาคือกองทัพที่ตรวจยึดจวนตระกูลหรง ใบหน้าต่างนิ่งขรึมและเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก
เมื่ออาเฉวียนเห็นสถานการณ์เช่นนี้ หัวใจของเขาก็เต้นรัว
เซียวเซียวหยิบจดหมายที่เจียงหลีเขียนออกมาแล้วกล่าวกับอาเฉวียนว่า “ฝ่าบาททรงมีจดหมายลายพระหัตถ์ที่ต้องมอบการมอบให้คุณชายจิ่ง ขอให้ท่านออกมารับด้วย”
“นี่มัน…” อาเฉวียนลังเลเล็กน้อย
“มอบให้อาเฉวียนเถอะ” เสียงหรงจิ่งดังขึ้นมา
เซียวเซียวขมวดคิ้ว
อาเฉวียนยืดเอวขึ้นตรงทันทีแล้วพูดกับเซียวเซียวว่า “เอาจดหมายมาให้ข้า ข้าจะนำไปให้คุณชาย พวกเจ้า… พวกเจ้าจะบุกเข้ามาโดยพละกาลไม่ได้เด็ดขาด”
เซียวเซียวยิ้มเย็น “ก่อนที่ฝ่าบาทจะออกราชโองการ จวนตระกูลหรงถูกปิดล้อมเอาไว้แล้ว”
หลังจากพูดจบเขาก็ยื่นจดหมายในมือให้อาเฉวียน
อาเฉวียนรับมาแล้วรีบหันหลังเดินจากไป
หรงจิ่งรับจดหมายจากอาเฉวียน แล้วจึงใ