ทำให้ไม่หวาดระแวง
เจียงหลียิ้ม แล้วยกมือขึ้นโบก
อวี้ซูเดินมาข้างหน้า พูดกับหรงอวี้อย่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ว่า “คุณชายหรง เชิญตามข้ามา”
หรงอวี้พยักหน้า ตามอวี้ซูไป แต่ว่าในตอนที่จะไป กลับมองเจียงหลีอย่างตัดใจไม่ได้ เหมือนหวังให้นางบอกให้ตนอยู่ต่อ
เสียดาย รอให้เขาเดินออกไปจากตำหนักหวงจี๋ เจียงหลีก็ไม่ได้เปลี่ยนใจ
ห่างจากตำหนักหวงจี๋ไกลขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดหรงอวี้ก็ทนไม่ไหว ถามอวี้ซูอย่างอ่อนโยนว่า “ท่านขุนนางสตรี วันนี้ข้าเข้าวังเป็นวันแรก ควรที่จะคอยรับใช้อยู่ข้างๆ ฝ่าบาทไม่ใช่รึ?”
อวี้ซูยิ้มตาหยีแล้วมองเขา “คุณชายหรง ท่านเป็นคนแรกที่ได้เข้าวัง รักษาโอกาสให้ดี เพียงแต่ฝ่าบาทยังเด็ก ท่านก็เห็น มีบางเรื่องที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป”
หรงอวี้ยิ้มแห้ง พูดในใจว่า ก็จริง! อายุของจักรพรรดินียังน้อย ไม่ควรทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ นางถือเป็นหญิงงามโดยแท้จริงๆ เพิ่งเจอครั้งแรกก็ทำให้เกินห้ามใจ
แต่ว่า พอนึกถึงความหมายแฝงในคำพูดของอวี้ซูขึ้นมา…
หึ! การใหญ่ของตระกูลข้าใกล้จะสำเร็จแล้ว ท่านยังต้องการผู้ชายคนอื่นเข้าวังมาเพื่อรับใช้อีกรึ หรง อวี้ยิ้มเยาะในใจ แล้วถึงจะยิ้มออกมาอีกครั้ง พูดกับอวี้ซูว่า “พ่ะย่ะค่ะ เมื่อครู่ข้าคงรีบร้อนไป ขอบคุณมาก”
เขายิ้มให้อวี้ซูด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ด้วยรูปโฉมของเขา ที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นนี้ ผู้หญิงทั่วไปที่ไหนจะต้านทานไหว
น่าเสียดาย คนที่โดนเขาโปรยเสน่