ห์คืออวี้ซู อวี้ซูเพียงยิ้มตามมารยาท แล้วก็เดินหน้าต่อ
หรงอวี้หุบยิ้ม แววตาที่อ่อนโยนดูอึมครึมขึ้นมา
…
ตอนกลางคืน ในตำหนักหวงจี๋ เจียงหลีกำลังฝึกฝน
ถึงแม้ว่าตัวจะเป็นจักรพรรดิ แต่นางไม่กล้าที่จะขี้เกียจฝึกฝนเลยสักนิด ยิดัมของลู่เจี้ยปรากฏตัว ทำให้นางรู้สึกได้ถึงความเร่งรีบของเวลา
นางเดาได้ว่าเขาต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน ถึงได้เวียนว่ายตายเกิดไม่หยุด
ถ้าหากนางอ่อนแอเกินไป ก็ไม่มีทางช่วยเหลืออะไรเขาได้ กลับทำให้เขาเดือดร้อนด้วยซ้ำ
“ฝ่าบาท” อวี้ซูมาถึงข้างๆ ประตู เรียกเบาๆ
เจียงหลีออกจากการฝึกฝน ค่อยๆ ลืมตา มองนางด้วยความสงสัย เวลานี้ พวกอวี้ซูต้องไปพักผ่อนแล้วถึงจะถูก
อวี้ซูพูดเบาๆ ว่า “คุณชายหรงมาขอเข้าเฝ้าอยู่นอกตำหนัก บอกว่าอยากจะรับใช้ท่านตอนพักผ่อนเพคะ”
เจียงหลียิ้มอย่างหยอกเย้าขึ้นมา เอนหลังพิงเขากับที่เท้าแขนของเตียง ขาที่นั่งสมาธิก็เหยียดออก แล้วชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่ง เพื่อนางจะได้วางแขนได้อย่างสะดวก “ใจร้อนอะไรเช่นนี้ เพิ่งจะเข้าวังวันแรก ก็คิดจะขึ้นเตียงข้าแล้วรึ”
อวี้ซูถูกคำพูดที่ธรรมดาของนางทำให้หัวเราะออกมา พูดหยอกล้อมาประโยคหนึ่ง “ใครใช้ให้ฝ่าบาทงดงามจนคนประทับใจ ยากที่จะห้ามใจไหวล่ะเพคะ”
“นี่ อวี้ซู เจ้ากลายเป็นคนพูดจากะล่อนปลิ้นปล้อนตั้งแต่เมื่อไหร่” เจียงหลีพูดอย่างขี้เกียจ
อวี้ซูพยายามกลั้นขำ ถอนหายใจแล้วพูดว่า “นายเป็นเช่นไร บ่าวก็เป็นเช่นนั้น”
“ดี! รอข้าอยู่ตรงนี้นะ