” เจียงหลีถลึงตาทั้งสองข้าง แกล้งทำเป็นโกรธแล้วพูด
อวี้ซูไม่กลัวเลยสักนิด ถอนสายบัว “ฝ่าบาท เช่นนั้นข้าจะหาข้ออ้างดีๆ ทำให้เขากลับไปเองนะเพคะ?”
“อืม ก็บอกไปว่าข้านอนแล้ว” เจียงหลีโบกมือ ลงมาจากเตียง แล้วบิดขี้เกียจ
“เพคะ” อวี้ซูรับคำสั่งแล้วออกไป
ในตอนที่นางออกไป ปิดประตูตำหนัก ไม่ให้ใครมารบกวนเจียงหลี ส่วนหรงอวี้…เขาเข้าวังแล้วจะก่อเรื่องอะไรได้
เจียงหลีหันตัว เดินไปที่เตียงมังกร ยืนถอดเข็มขัดที่เอวออกอยู่ตรงข้างๆ เตียง
แต่ทว่า เพิ่งจะถอดเข็มขัด นางก็รู้สึกได้ว่าข้างหลังมีพลังที่ดุดันโจมตีมายังนาง พัดม่านนอกเตียงเปิดออก และพัดผมนางยุ่งไปหมด
นางรีบหันมาทันที แล้วก็เห็นคนๆ หนึ่งยืนอยู่ข้างหลังนางอย่างเย็นชา
พอเห็นชัดเจนแล้ว ความเย็นชาในแววตาของนางก็สลายไป เผยรอยยิ้มต้อนรับเขา “ท่านมาตอนไหนกัน”
แววตาของจักรพรรดิกลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็น พูดอย่างเย็นชาว่า “ผู้ชายนอกตำหนักคือใคร”
ฮะ!
เจียงหลีอยากจะควงแขนเขา แต่จู่ๆ ก็หยุดไป เริ่มใจฝ่อขึ้นมา ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ทำอะไร แต่ว่าก็ส่งเกี้ยวใหญ่ที่มีคนหามแปดคนไปรับผู้ชายเข้าวังมาจริงๆ
“เจ้าลืมคำที่ฆ่าพูดไปแล้วรึ” เขาเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ด้วยท่าทางข่มขู่นาง เขาเคยพูดไว้ว่าถ้าหากนางกล้าเข้าใกล้ผู้ชายอื่น เขาจะฝังอาณาจักรของนางไปพร้อมๆ กับนาง
เจียงหลีถูกแรงกดดันนั้นล้อมไว้ ราวกับตกลงไปในโพรงน้ำแข็ง แต่กลับไม่กลัวเลย นางกลับยิ้มออกมาแทน แล้ว