ยไปในท้องฟ้าของดินแดนซีเฉียน ตอนที่ปรากฏตัวอีกครั้ง ก็ได้มาถึงเมืองซู่หยวนแล้ว ข้างๆ ศิลาจารึกเขตแดนนั้น
“เขตจยาเซียนหรือ” อวี้ฉีมองศิลาจารึกเขตแดนด้วยความสงสัย
ในขณะเดียว เขาก็มองชายผู้สูงศักดิ์คนนั้นที่ยืนอยู่ด้านหน้าศิลาจารึกเขตแดน พูดในใจ เพราะเหตุใดจักรพรรดิต้องรู้สึกชอบศิลาจารึกเขตแดนนี้ด้วย
“ตัวหนังสือสามตัวนี้ เขียนได้อย่างห้าวหาญและยอดเยี่ยม” เสินอวี่พูดอย่างชื่นชม แล้วก็แอบมองสีหน้าของจักรพรรดิอย่างระมัดระวัง
ในเมื่อเขาสืบมาแล้ว แล้วทำไมจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้งศิลาจารึกเขตแดนนี้
“ยังอ่อนไปหน่อย” เขาพูดอย่างเย็นชา ฟังไม่ออกว่าชอบหรือไม่ชอบ
อวี้ฉีมองเสินอวี่ ใช้สายตาถาม หมายความว่าอย่างไร
เสินอวี่กลับก้มหน้า ไม่ได้ตอบกลับ
“กลับไป” ทันใดนั้น จักรพรรดิก็พลิกตัว หายไปตรงหน้าทั้งสองคน
พอเขาไป อวี้ฉีรีบไปอยู่ตรงหน้าเสินอวี่ ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไร ความเป็นมาของศิลาจารึกก้อนนี้ไม่มีอะไรต่างออกไป ทำไมฝ่าบาทถึงตั้งใจมาที่นี่เพื่อดูเป็นพิเศษ อ่อนไปหน่อยหมายถึงใคร”
“…” เสินอวี่ถูกคำถามเป็นชุดทำให้อึดอัด อ้อมอวี้ฉีไปไม่พูดอะไร แล้วร่างก็หายไป พูดทิ้งไว้ประโยคหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว ต้องมีสักวันที่เจ้าจะตายเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเจ้า
อวี้ฉีอึ้งไป มีสติกลับมา หายตัวตามไป “ไม่บอกก็ไม่บอก ทำไมต้องแช่งข้าด้วยล่ะ”
…
โรคระบาดในประเทศซีเฉียน ระบาดมาได้เกินครึ่งเดือนแล้ว แต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะ