วเซียว!” เจียงหลีตะโกนเสียงดัง
เซียวเซียวปรากฏตัวในพระราชวัง ทำความเคารพต่อเจียงหลี
“นำคนของเจ้าไปยังชายแดนให้เร็วที่สุด ลอบสังหารหัวหน้าทหารในแต่ละขั้น” เจียงหลีพูดกับเขา
เซียวเซียวแววตาเป็นประกาย เข้าใจเจตนาของเจียงหลี
กลุ่มคนที่ขาดหัวหน้า ถึงจะสามารถยืดเวลาการรุกรานออกไปได้!
“ฝ่าบาท ท่านจะมุ่งหน้าไปยังชายแดนคนเดียวรึ” เห็นเจียงหลีสั่งคนรอบๆ ตัวออกไปหมด ลู่จ้านถึงได้ถามขึ้นมา
เจียงหลีหรี่ตาทั้งสองข้าง เสียงพูดเข้มว่า “ต้องรวบรวมทหารจากทุกที่ ต้องใช้เวลา รอให้กองกำลังทหารไปถึง ไม่รู้ว่าจะต้องมีอีกกี่คนที่ต้องตายด้วยน้ำมือของกองทัพซีเฉียน ข้าต้องนำไปก่อนก้าวหนึ่ง”
“นี่มันอันตรายเกินไปแล้ว!” ลู่จ้านพูดอย่างไม่เห็นด้วย
เจียงหลีไปชายแดนด้วยตัวเองได้ แต่ไปคนเดียวลำพังไม่ได้
“วิธีของข้า ข้าต้องไปได้แค่คนเดียว” หลังจากที่เจียงหลีพูดทิ้งท้ายไว้ ก็หันตัวแล้วจากไป
นางออกจากวังเพียงลำพัง ที่ๆ ไปไม่ใช่ประตูเมือง แต่เป็นสถาบันไป๋หยวน
“จักรพรรดินี ทำไมวันนี้เจ้าถึงมีเวลาว่างมาหาข้า”
เจียงหลีปรากฏตัวตรงหน้าตัวเองอย่างกะทันหัน หลังจากที่หนานอู๋เฮิ่นนิ่งไป ก็ยิ้มหยอกล้อ
น่าเสียดาย ที่วันนี้เจียงหลีไม่มีเวลามาคุยเล่นกับเขา ใบหน้าที่เคร่งขรึมยากที่จะได้เห็นของนาง พูดกับหนานอู๋เฮิ่นว่า “ท่านอาจารย์หนาน ทหารซีเฉียนบุกมณฑลสุ่ยหัน เข้ายึดไปสิบเมืองแล้ว ข้าต้องรีบไปที่ชายแดนเพื่อยับยั้งทุกอย่าง ข้ามาหาท่