กัน”
“เอาล่ะ คนที่จะเลือกเข้าวัง ก็ต้องให้นางชอบใจเช่นกันมิใช่หรือ หากพวกเจ้ากังวลว่าจะมีมารทำลายชาติ ก็ส่งคนที่พวกเจ้าเลือกเข้ามาด้วย ให้หลีเอ๋อร์เลือก หากคนที่พวกเจ้าเลือกมา ไร้ใครเทียบได้จริง จะกลัวถูกคนอื่นเอาชนะไปทำไม” ลู่วั่งชวนพูดจบ ก็โบกมือ เป็นนัยยะให้ส่งแขก
ทุกคนต่างจนใจ ได้แต่ออกจากตำหนักจรุงจิตที่พำนักของลู่วั่งชวนไป
ทว่า เมื่อออกจากที่นั่นกันแล้ว พวกเขาก็ตื่นตัวกันขึ้นมา ใช่แล้ว! พวกเขาสามารถส่งคนรุ่นหลังของตระกูลตนเองเข้าวังได้เช่นกัน!
นี่เป็นโอกาสดีที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของวงศ์ตระกูลเลยนี่!
เหล่าขุนนางที่คิดได้ดังนี้ ต่างก็ทยอยกันกลับเรือนตนเองไป
…
ไม่ว่าด้านนอกจะเกิดคลื่นใหญ่ถาโถมด้วยเรื่องคัดเลือกพระสวามีเพียงใด ในพระตำหนักหวงจี๋นั้นยังคงไม่ได้รับผลกระทบใด
เพียงแต่ ไม่ว่าจะเป็นอวี้ซูหรือจะเป็นนางกำนัลรับใช้คนอื่นๆ ต่างก็พบว่า ช่วงนี้จักรพรรดินีอารมณ์ร้ายขึ้นเรื่อยๆ อีกยังทรงกริ้วง่ายขึ้นด้วย
ยังไม่ปรากฏตัวอีกหรือ ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ก็แสดงว่าเจ้ายังไม่ลืมข้า ในเมื่อยังไม่ลืมข้า แล้วเหตุใดจึงต้องหลบหลีกไม่ออกมาพบ หากเจ้ามีความลำบากใจ ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับเจ้าแล้ว จะบอกข้ามิได้หรือ ให้ข้าสบายใจมิได้หรือ เจียงหลีเม้มปากแน่น ไม่พูดไม่จามองดูทิวทัศน์ด้านนอก
สีหน้าของนางเย็นเยือก เหมือนดั่งฉาบด้วยน้ำแข็งชั้นบางๆ ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้
หรือว่า เจ้าจะทนเห็นข้าแต่งง