่านไม่น่ารีบจากไปเลย หรงจิ่งได้แต่คิดและถอนหายในใจ
หากลู่เจี้ยยังมีชีวิตอยู่ ยังพอที่จะหยุดความทะเยอทะยานของตระกูลหรงได้ แต่ตอนนี้ลู่เจี้ยไม่อยู่แล้ว ความทะเยอทะยานของตระกูลหรงที่เก็บซ่อนมานาน ก็มิอาจควบคุมมันได้อีกต่อไป ตั้งแต่เจียงหลีสืบราชบัลลังก์ ยิ่งทำให้ความทะเยอทะยานราวกับสัตว์ดุร้ายที่กินคนได้ออกมาจากกรงแล้ว
“ท่านพ่อ บัลลังก์นั้นมันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ” หรงจิ่งหดหู่
หากในร่างกายเขาไม่ได้มีสายเลือดของตระกูลหรงไหลเวียนอยู่ เขาจะเสียใจเช่นนี้ไหม
หรงเทียนเผิงยิ้มอย่างเย็นชา “บัลลังก์นั้น ใครในใต้หล้าไม่อยากนั่งบ้าง เจ้าคุณธรรมสูงส่ง จะทำตัวเป็นท่านชายจิ่งผู้ไม่สนใจอะไรเลย ข้าก็ขี้เกียจจะสนใจเจ้า แต่ทว่า หากเจ้าต้องการให้ตระกูลไม่สนใจเจ้า ตระกูลจะทำอะไร เจ้าก็อย่ายื่นมือเข้ามายุ่ง และก็ไม่ต้องไปช่วยผู้อื่นมาโจมตีตระกูล!”
คำเตือนครั้งนี้ หรงจิ่งฟังออกว่าท่านพ่อเขากังวลใจมากว่าเขาจะช่วยเจียงหลี และหยุดความทะเยอทะยานของตระกูลหรง
มองไปที่ดวงตาอันระมัดระวังเป็นอย่างมากของท่านพ่อ หรงจิ่งยิ้มออกมาเล็กน้อย “ท่านพ่อ ดูแลตัวเองให้ดี” พอพูดจบ เขาหันหลังเดินออกจากห้องหนังสือของท่านพ่อไปอย่างเงียบเหงา
หรงเทียนเผิงมองเขาเดินจากไปและรอจนเงาจางหายไป ถึงพูดอย่างโมโห “ไอ้ลูกอกตัญญู!”
…
ภายในวังหลวง ท้องฟ้ามืดสลัว
เงาของต้นไม้ที่สั่นไหว สะท้อนให้เห็นเงาที่น่ากลัวบนกำแพงพระราขวัง
ภายในสวนบุปผาส่งกล