ต่งงานแล้วต่างอยากรู้อยากเห็นและ แอบมองไปทางระยะไกล แล้วคนแต่งกายในชุดสีดำก็ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกนาง
“ทุกคนลุกขึ้นได้” เสียงที่น่าเกรงขามของหญิงสาว ทำให้พวกนางรีบละสายตา
“ขอบพระทัยเพคะ!”
“ขอบพระทัยเพคะ!”
พวกนางต่างเปล่งเสียงออกมา เหล่าหญิงสาวแต่งงานแล้วต่างอุ้มเด็กแล้วลุกขึ้นยืน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกอึกอัด ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกัน
“พวกเจ้าไม่ต้องกลัว ฝ่าบาทเพียงอยากจะทอดพระเนตรลูกของพวกเจ้าเท่านั้น” อวี้ซูเอ่ยปากปลอบใจ
หลังจากฟังที่นางพูด พวกนางเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ และมองไปที่บัลลังก์บนที่สูงส่งของอาจักรจยาเซียน หญิงสาวผู้นี้มีอำนาจสูงสุด
ที่แท้ ประโยคเมื่อชั่วครู่ ทุกคนลุกขึ้นได้ นางกำนัลข้างกายจักรพรรดินีพูดขึ้น ฝ่าบาทของพวกเขายังมิได้เปิดปากตรัสอะไรเลย
ตึก ตึก…
เสียงฝีเท้าดังขึ้น ทำให้หัวใจของพวกนางรู้สึกตื่นเต้น
พวกนางมองเห็นพระพักตร์ที่งดงามของจักรพรรดินี ที่เดินผ่านพวกเขาไปอย่างช้าๆ และเดินไปทางบัลลังก์ของตำหนักหวาชุ่ย
เจียงหลีนั่งลง ดวงตาส่องเป็นประกายและมองไปยังกลางท้องพระโรง
แต่ในความเป็นจริง ทุกคนต่างรู้สึกได้ว่าสายตาของนางมองไปยังเด็กทารกชายที่อยู่ในอ้อมกอด
อวี้ซูคอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายนาง และเอ่ยกับเหล่าหญิงสาวที่มาตามราชโองการว่า “หนึ่งแถวสิบคน จัดแถวกันเสร็จให้เดินมาด้านหน้า เปิดผ้าอ้อมลูกของพวกเจ้าออก ให้เห็นบริเวณไหล่ขวาถึงหน้าอก”
อะไรนะ
หญิงเหล่านี้ต่างสงสั