ที่ท่านต้องการหา อาจจะอยู่ในกลุ่มพวกเขาก็เป็นได้” อวี้ซูมองไปที่เจียงหลีซึ่งกำลังกลัดกลุ้มใจอยู่และพูดโน้มน้าว
เจียงหลีถอนหายใจ เปลี่ยนท่านั่ง “อืม ข้าคงใจร้อนไปเอง”
“ฝ่าบาท ท่านมหาเสนบดีขอเข้าเฝ้าเพคะ” ทางนอกตำหนักส่งเสียงเข้ามา
เจียงหลีขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าตอนนี้ยังไม่อยากจะพบใคร แต่ก็ลังเลใจ ให้เขาเข้ามาน่าจะดีกว่า
ท่านมหาเสนาบดีของอาณาจักรจยาเซียน นับว่าเป็นผู้ร่วมสถาปนาอาณาจักร ถึงจะเป็นขุนนางฝ่ายทหาร แต่ด้านการบำเพ็ญตนก็ไม่ได้อ่อนแอ เพียงแต่ วันนี้ที่เขามา เหมือนจะมาพูดตักเตือนบางอย่าง!
“ท่านมหาเสนาบดีพูดเถิด เจียงหลีเอ่ย”
ท่านมหาเสนบดีหันไปมองที่เจียงหลีและกัดฟันเอ่ย “ฝ่าบาท กระหม่อมอยากจะทูลขอให้ท่านปล่อยเด็กเหล่านั้นไปและยกเลิกพระราชโองการที่ท่านรับสั่งตามหาเด็กทารก เพราะราษฎรต่างรู้สึกหวาดกลัวและไม่ปลอดภัย”
เห็นเจียงหลีมิได้โต้แย้งอะไร เขาก็พูดถึงจุดประสงค์หลักที่มา “ฝ่าบาท ท่านเพิ่งจะขึ้นครองราชย์ไม่นาน นี่เป็นเวลาที่ควรจะปลอบขวัญราษฎร หากทำการตามพระทัยเช่นนี้ กลัวว่าจะมีคนที่เจตนาไม่ดีจะหาประโยชน์จากเรื่องนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านมหาเสนาบดีไม่คิดว่าให้พวกที่มีเจตนาไม่ดีแสดงตัวออกมาโดยเร็วจะไม่ดีกว่าหรือ” เจียงหลีเอ่ยแบบคิดใคร่ครวญ
ท่านมหาเสนบดีชะงักไปชั่วครู่ หันไปมองหน้าเจียงหลีอย่างแปลกใจ
ดูเหมือนว่าเขาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากใบหน้าที่ยิ้มแย้มของนางและหลบสายตาเอ่ยอย่างไร้