“เจียงเฮ่าขอท้าเฉียนจวิ้น เฉียนจวิ้นจะรับคำท้าหรือไม่!”
เวทีการประลองทางนั้น เสียงซักถามครั้งที่สองดังไปทั้งสถาบันไป๋หยวน รับรองว่าอยู่มุมใดในสถาบันก็ได้ยิน
ตามประเพณีแล้ว โดยทั่วไปการท้าสู้แบบนี้ ต้องพูดให้ผู้คนได้ยินสามครั้ง
หลังจากพูดสามครั้ง ผู้ที่ถูกท้าไม่ได้ตอบอะไร ก็แสดงว่าปฏิเสธคำท้า ก็เป็นธรรมดาที่ไม่ต้องขึ้นบนเวทีประลอง แต่ก็จะถูกคนทั้งสถาบันดูถูก เรื่องแพร่ออกไป เกรงว่าจะกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองอู๋เขิ่น
โดยเฉพาะคนอย่างเฉียนจวิ้นที่มีฐานะแบบนี้!
เสียงท้าสู้ครั้งที่สามดังขึ้นมาในอากาศเจียงเฮ่าขอท้าเฉียนจวิ้น เฉียนจวิ้นจะรับคำท้าหรือไม่!
“ได้! เฉียนจวิ้นรับคำท้า หลังจากหมดเวลาหนึ่งก้านธูป ให้มาที่เวทีประลอง”
เสียงนั้นค่อยๆ หายไป
ตอนนี้ คนทั้งสถาบันไป๋หยวนก็รู้ว่าหลังจากธูปหมดดอก บนเวทีการประลองจะมีการต่อสู้ที่น่าสนุกเกิดขึ้น
พลังประเภทโจมตีท้าสู้กับพลังประเภทสนับสนุน?
ฮาๆๆๆ! นี่คือความเกลียดชังและความเคียดแค้น!
หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้น แน่นอนว่าเจียงเฮ่าต้องแบกรับชื่อเสียงคนที่แข็งแกร่งรังแกคนที่อ่อนแอ แต่ว่าถ้าหากเฉียนจวิ้น องค์ชายคนนี้ไม่ไป ผลสุดท้ายคำวิภาควิจารณ์ก็จะตกอยู่ที่เขา ใครใช้ให้ฐานะของเขาเป็นที่น่าสนใจมากกว่าเจียงเฮ่าล่ะ
ห้องพักทางเหนือของสถาบัน ลู่เสวียนกลั้นยิ้มแล้ววิ่งไปที่ๆ เจียงหลีอยู่ พอเข้าห้องไปก็ตะโกนว่า “ซ้อเล็ก เฉียนจวิ้นนั่นเก็บอารมณ์ไม่อยู่ รับ