ข้าไม่รบกวนเวลาพักเจ้าแล้วดีกว่า ขอตัวก่อน”
เรื่องที่ควรรู้ก็ได้รู้แล้ว เจียงหลีขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับเขาและกำลังเตรียมตัวหนีออกไป
“เจ้าว่าข้ากำลังฝันกลางวันรึ” เฉียนลี่หรี่ตา ปรากฏแววตาเยือกเย็น
บรรยากาศน่ากลัวกำลังล้อมรอบเจียงหลี สัตว์ร้ายที่ถูกล่ามโซ่ในกรงทั้งแปดรอบตัวดูเหมือนจะเริ่มคลุ้มคลั่ง
เมื่อเห็นว่าเฉียนลี่คิดจะฉีกหน้า เจียงหลีก็ยกยิ้มเย็นเยียบ “ทุกคนล้วนฉลาด แต่บางเรื่องต้องบอกตรงๆ เช่นนี้เชียวหรือ”
“นี่ก็เป็นสิ่งที่ผิดพลาดครั้งแรกของหลีเอ๋อร์เช่นกัน” เฉียนลี่ยิ้มตาหยี
เจียงหลีลูบแขนตัวเองอย่างแรง “เจ้าอย่าเรียกข้าเยี่ยงนี้เลย ฟังดูน่ากลัวพิลึก”
เฉียนลี่มีสีหน้าเรียบนิ่งบรรยากาศที่รุนแรงล้อมรอบเขา “เจียงหลีอย่าลามปาม ความอดทนของข้ามีไม่มากนัก”
เจียงหลีกำลังจะตอกกลับ แต่ในขณะนั้นเองมีเสียงมาจากด้านนอกตำหนักริมทะเลสาบหลังนี้
“กระหม่อมเฟิงสิงอวิ๋นจากสถาบันไป๋หยวนมารับเจียงหลีลูกศิษย์ของกระหม่อม ไม่ทราบว่าคุยกันเสร็จแล้วหรือยัง หากคุยกันเสร็จแล้ว รัชทายาทได้โปรดส่งคนออกมา หากยังคุยกันไม่เสร็จก็พอแค่นี้ก่อน ถึงอย่างไรบุรุษสตรีอยู่ในห้องด้วยกันนานสองนานจะเสื่อมเสียเกียรติของลูกศิษย์กระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ
เฟิงสิงอวิ๋นมาแล้ว ม่านตาของเจียงหลีหรี่ลงแล้วยิ้มขึ้นมาทันที
รอยยิ้มที่สดใสของนางทำให้เฉียนลี่หน้าเสียยิ่งกว่าเดิม
“ข้าประเมินเจ้าต่ำไปแล้ว ภายใต้ความคุ้มกันของหลิงไซว่ทั้งสี่เ