จ้ายังแอบทิ้งเบาะแสให้เขาตามมาเจอถึงที่นี่” เฉียนซีพูดอย่างเยือกเย็น
“ชมเกินไปแล้วๆ”
รอยยิ้มของเจียงหลีสดใสกว่าเดิม แต่บรรยากาศรอบตัวของเฉียนลี่เริ่มไม่มั่นคง
ถูกเฟิงสิงอวิ๋นตามเจอถึงที่นี่ เขายังจะทำสิ่งใดได้อีก ที่มาของเฟิงสิงอวิ๋นไม่ธรรมดา มิใช่อาจารย์ประจำสถาบันไป๋หยวนธรรมดา หากยังดึงดันให้เจียงหลีอยู่ที่นี่ต่อไป อาจทำให้สถาบันไป๋หยวนไม่พอใจเขาก็เป็นได้ เมื่อถึงช่วงสำคัญในการแย่งชิงบัลลังก์ หากสถาบันไป๋หยวนสนับสนุนเฉียนจวิ้นแล้วจะทำเยี่ยงไร
ก็เพราะว่ารู้เรื่องพวกนี้ถึงได้พยายามขอความอนุเคราะห์จากสถาบันไป๋หยวน
มิฉะนั้นจะปล่อยพวกเจียงหลีสามคนไปง่ายๆ ได้อย่างไร
“รัชทายาท วันนี้ข้าทูลลาก่อน” เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไร เจียงหลีจึงเอ่ยขึ้นยิ้มๆ แล้วหันหลังออกไป
“เจียงหลี” จู่ๆ เฉียนลี่เอ่ยรั้งไว้อยู่ข้างหลังนาง
เจียงหลีหยุดฝีเท้าแต่ก็ไม่ได้หันกลับมา “เจ้ามีอะไรจะกล่าวอีกหรือ”
เฉียนลี่จ้องมองแผ่นหลังของนางแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “สิ่งที่ข้าพูดวันนี้ เจ้าพิจารณาให้ดี เจ้าภักดีต่อตระกูลลู่จากใจจริง แต่ขาดความผูกพันกันทางสายเลือด สำหรับตระกูลหนึ่งหากไม่ใช่สายเลือด เกรงว่าไม่ว่าเจ้าจะทำอย่างไรก็เป็นได้แค่คนนอกอยู่ดี”
เจียงหลีหรี่ตา ยิ้มเย็นชาในใจ จะไปอยู่แล้วเชียว ยังมิวายยุแหย่ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับตระกูลลู่
“ขอบคุณที่เป็นเป็นห่วง” ตอบอย่างขอไปที จากนั้นเจียงหลีก็ก้าวขาออกไปอีกครั้ง
ควา