เขตวางรากฐาน…นั่นก็คือผู้ไร้ผู้ต่อกรโดยแท้!
แม้ถอยไปหมื่นก้าว กล่าวคือ ต่อให้มีเจินเหรินวางรากฐานผู้ใดสามารถต่อกรกับภิกษุณีนั้นได้จริง แล้วมีใครเล่ากล้าชนะจริงๆ? ไม่กลัวจักกระทบพระผู้เป็นเจ้ารึ?
ทั่วหล้าต่างรู้กันดี พระผู้เป็นเจ้านั้น…ไร้ยางอายโดยแท้!
มีเพียงเจินเหรินปราบมารที่แตกต่าง เพราะเขาคือหนึ่งในกระบี่ยุทธ์ผู้แข็งกล้าที่สุดของนิกายกระบี่ตลอดหลายปีมานี้ เป็นผู้เดียวที่มีหวังจะพิสูจน์ตำแหน่งมรรคผลแห่งกระบี่โดยแท้!
ด้วยเหตุนี้…เขาจึงมีฉากหลัง และ…ยิ่งใหญ่เกินคาด
เพื่อผลแห่งกระบี่ นิกายกระบี่ย่อมไม่อาจยินยอมให้แดนสุขาวดีข่มเหงผู้ต่ำศักดิ์ได้โดยไร้ข้อแม้
จึงมีการประลองกันโดยเปิดเผย
แล้วภิกษุณีนางนั้น…ก็ล่อลวงชาวบ้านไม่สำเร็จ แต่กลับถูกฆ่าเสียเอง!
กระทั่งบัดนี้ เมื่อกว่างหมิงปลุกความทรงจำแห่งอดีตชาติขึ้นมาได้ ยังนึกย้อนถึงหนึ่งกระบี่ที่เจินเหรินปราบมารฟาดฟันในปีนั้น จนมิอาจกลั้นจิตใจที่เริ่มคิดถอยกลับ!
“อุบาสก อย่าได้เข้าใจผิดเลย ข้าน้อยเพียงล้อเล่นเท่านั้น”
วินาทีต่อมา บนใบหน้าของกว่างหมิงก็ปรากฏรอยยิ้มอันจริงใจ “ข้าน้อยเพียงอยากเชิญอุบาสกผู้นี้ไปยังแดนสุขาวดี…เพื่อพูดคุยเท่านั้นจริงๆ”
“ไม่ส่ง”
เจินเหรินปราบมารสีหน้าเรียบเฉย กระบี่ไม่สังหารเผยคมออกเพียงครึ่งเชียะ(นิ้ว) กระแสความเย็นเฉียบสะท้อนประกาย กระทั่งเสียงสวดมนต์แห่งพุทธะที่ก้องทั่วฟ้าก็พลันมลายหาย เงียบงันดั่งความตาย
กว่าง