่อเจียงหลีด้วยหรือ
แต่ทว่า เจียงหลีก็ไม่ได้อธิบายอีก ความคิดนางล่อยลอยไปถึงลู่เจี้ย เหตุการณ์ในจวนก่อนหน้านี้ หลังจากที่ลู่เจี้ยได้เจอกับลู่เสวียนแล้วบอกว่าอีกสองวันเขาก็จะไปแล้ว
หากจะต้อง ไปแน่นอนว่าต้องย้อนกลับไปที่จยาเซียน
นางเสนอให้กลับไปพร้อมกันแต่ลู่เจี้ยกลับปฏิเสธทันที ลู่เจี้ยที่ปฏิเสธนางด้วยท่าทางจริงจังและเคร่งขรึมซึ่งนางไม่เคยเห็นมาก่อน
และนางในตอนนั้นดูเหมือนว่ายังขุ่นเคืองในเรื่องก่อนหน้านี้ ดังนั้นนางจึงพูดอย่างเด็กเอาแต่ใจว่า ‘ไม่กลับก็ไม่กลับ ทำเหมือนข้าจะกลับไปง่ายๆ’
ลู่เจี้ยไม่ตอบรับ ผลักไสไล่ส่งนางกับลู่เสวียน
ตอนนี้คิดอย่างใจเย็น
ดูเหมือนนางจะหลงกลลู่เจี้ยเข้าแล้ว
เจียงหลีหยุดเดินกะทันหัน
ลู่เสวียนหยุดฝีเท้าตามอย่างแปลกใจแล้วหันมองนาง “มีอะไรหรือเปล่า”
เจียงหลีมองไปยังเขาด้วยแววตาเป็นประกาย จู่ๆ ก็ยิ้มให้จนลู่เจี้ยเย็นวาบไปทั้งร่าง “ลู่เสวียน เรากลับจยาเซียนกันเองดีหรือไม่ หากเจ้าไม่อยากกลับด้วยข้าก็จะกลับเอง”
“หา?” ลู่เสวียนมองนางอย่างตกใจ “พี่ใหญ่ให้พวกเราอยู่ฝึกฝนที่นี่อย่างสุขสบายมิใช่เหรอ”
เจียงหลีขมวดคิ้ว นางจะบอกเจ้าเด็กนี่อย่างไรดี พี่ชายของเขาอายุไม่ยืน นางอยากอยู่เคียงข้างเขาทุกช่วงเวลาไม่ได้หรือ
“เอาเป็นว่าเจ้าไม่กลับไปใช่ไหม หากเจ้าไม่ยอมก็ปิดปากเงียบซะ ข้ามิอนุญาตให้เจ้าแอบบอกข่าวพี่เจ้าว่าข้าจะไป” เจียงหลีข่มขู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง
นางอยากเกลี้ยกล่อมล