ู่เสวียนเพราะเกรงว่านางจากไปแล้วให้หลังเจ้าเด็กนี่จะแพร่งพรายความลับ
“เช่นนั้นก็ไม่ได้! ทางไกลขนาดนั้นจะให้เจ้าแอบกลับไปคนเดียวได้อย่างไร” ลู่เสวียนปฏิเสธแทบไม่คิด
แววตาของเจียงหลีเย็นเยียบ คิดอยู่ว่าจะฆ่าปิดปากดีหรือไม่
“หากเจ้าอยากไปจริงๆ ไอ้หยา ตายเป็นตายวะ ข้าจะไปกับเจ้าก็ได้!” โชคดีที่คำพูดนี้ของลู่เสวียน ‘ช่วย’ ชีวิตเขาให้รอดพ้นมาได้
พลันแววตาเฉียบคมของเจียงหลีหายไป นางยิ้มตาหยีให้พร้อมตั้งตบบ่าลู่เสวียนปุๆ “ดี! ไม่เลวนี่! มีอนาคตไกล”
“…” จู่ๆ ลู่เสวียนก็ถูกนางเอ่ยชมทำเอางงเป็นไก่ตาแตก
แต่เจียงหลีกลับเริ่มคิดแผนการไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว “ด้วยสติปัญญาหลักแหลมของพี่ชายเจ้า หลังจากที่ถูกเขาไล่ส่งไปแล้ว เราต้องทำเป็นไม่พอใจ อย่าให้เขาสงสัยได้ รอจนกว่าเขาจะออกไป บางทีอาจแอบส่งคนกลับมาจับตามองเราก็ได้ ฉะนั้นเวลาดีที่สุดที่เราจะออกไปคือสามวันหลังจากเขาออกเดินทาง!”
ลู่เสวียนมองนางอย่างตะลึง “เจ้า เจ้าวางแผนไว้หมดแล้วหรือ”
เจียงหลีกระตุกคิ้ว “ก็เปล่านี่! แต่ไม่รีบ ยังเหลืออีกหลายวัน ค่อยๆ วางแผนให้รอบคอบ ขอแค่พวกเรากลับไปถึงซั่งตู พอถึงตอนนั้นจะอยู่หรือจะไปเขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว!” เมื่อพูดจบดวงตาของนางก็เป็นประกายแน่วแน่
ความคิดที่จะต่อสู้กับลู่เจี้ยอย่างลับๆ เมื่อนึกถึงตัวเองตอนแอบกลับมาปรากฏตัวต่อหน้าลู่เจี้ย แววตาประหลาดใจและทำอะไรไม่ได้ของเขา เจียงหลีก็รู้สึกสุขใจจนไม่มีสิ่งใดเปรียบอ