ีกแล้ว
นางก้าวเดินรวดเร็วตัวเบากว่าเดิม
จากนั้นระหว่างเดินกลับสถาบันไป๋หยวน พวกเขาสองคนกลับถูกขวางเอาไว้
“พวกเจ้าเป็นใคร” ลู่เสวียนยืนข้างกายเจียงหลี มองดูแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสี่คนที่ขวางทางอยู่ข้างหน้า
อย่างระแวดระวัง
อีกทั้งสี่คนนี้ล้วนเป็นหลิงไซว่!
“เจ้าคือเจียงหลีใช่หรือไม่” ไม่มีใครสนใจคำถามของลู่เสวียน หลิงไซว่ที่อยู่ตรงกลางมองตรงมาที่เจียงหลี
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสี่คนมาเพื่อเจียงหลี
แววตาของเจียงหลีวูบไหว จู่ๆ ก็ยกยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “ข้าคือเจียงหลี” ในเมืองอู๋อิ๋นมีไม่กี่คนที่สามารถระดมหลิงไซว่ถึงสี่คนมาเชิญนาง
คนแรกที่แทรกเข้ามาในความคิดของนาง ก็คือเฉียนจวิ้น องค์ชายรองที่มีความแค้นฝังหุ่นกับนางจากการสอบในคราวก่อน
“ในเมื่อไม่ผิดตัว เช่นนั้นก็ไปกับพวกข้าสักประเดี๋ยว” เมื่อยืนยันตัวตน เช่นนั้นหลิงไซว่ก็พูดอย่างไม่อ้อมค้อม
ใบหน้าเย็นชาทั้งสี่คนเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง สายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด
ดูเหมือนว่าการขอให้พวกเขาทั้งสี่คนมาหาเจียงหลีเป็นการกระทำที่ผิดต่อพวกเขาจริงๆ
“ทำไมต้องไปกับพวกเจ้าด้วย พวกเราเป็นถึงลูกศิษย์สถาบันไป๋หยวน พวกเจ้ากล้าดีอย่างไร” ลู่เสวียนเริ่มกระวนกระวาย
จากนั้นเขาจึงหันมาพูดกับเจียงหลีเสียงต่ำ “สี่คนนี้ดูก็รู้ว่ามิได้มาดี ไม่ต้องไปกับพวกเขา เดี๋ยวข้าจะหาวิธีสกัดพวกเขาไว้ ส่วนเจ้ากลับไปทางประตูขึ้นเขา ขอแค่กลับไปถึงสถาบัน พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไร