ร์ฉลาดจริงๆ”
“เรียกข้าว่าท่านอา” เจียงหลีเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด
ลู่เจี้ยยิ่งหัวเราชอบใจ “ได้ ท่านอา เช่นนั้นท่านอาลงไปจากตัวของเจี้ยได้หรือไม่ ท่าทางเยี่ยงนี้ดูมิสำรวมนัก”
“เจ้าฝันไปเถอะ!” เจียงหลีสบถเสียงเย็นแล้วโน้มศีรษะลงไปขบเม้มริมฝีปากของเขาอย่างรุนแรง
นี่ไม่เรียกว่าจูบแต่เรียกว่ากัดเพื่อเอาคืนต่างหากล่ะ!
เจียงหลีขบกัดรุนแรงเพราะนางโกรธลู่เจี้ย ไม่ว่าอะไรก็แบกรับเองทุกอย่าง นางเกลียดตัวเองที่ไร้ประโยชน์ รู้แก่ใจว่าลู่เจี้ยมีชีวิตได้อีกไม่นาน นางก็ได้แต่มองเขาที่เวลาเหลือน้อยลงไปทุกวัน
“ลู่เจี้ย เจ้ามอบตัวเองให้ข้าเถอะ”
ระหว่างริมฝีปากยังแตะกันจู่ๆ เจียงหลีก็พึมพำประโยคนี้ออกมา
ลู่เจี้ยซึ่งอยู่ภายใต้การนำของนางหลังจากได้ยินคำนี้กลับเบิกตาโตแล้วผลักนางออกจากตัวเอง “หลีเอ๋อร์เจ้าบ้าไปแล้ว!”
ริมฝีปากของเขาแตกมีรอยเลือดซึมออกมา
แต่เขากลับเหมือนไม่รู้สึกเจ็บแล้วจ้องนางเขม็งทั้งตกตะลึงและประหลาดใจ เพราะเหตุใดนางถึงได้พูดออกมาเช่นนี้
เจียงหลีขยับเข้าไปใกล้เขา “เจ้าอยากให้ข้าอยู่ในตระกูลลู่ตลอดไปมิใช่หรือ หากเจ้ากับข้ามีความสัมพันธ์กันบางทีอาจมีทายาทให้กับเจ้า มันมิใช่การตัดไม่ขาดจากตระกูลลู่หรอกหรือ”
“เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!” ลู่เจี้ยมีสีหน้าเย็นชา
“ข้าไม่หยุด!” เจียงหลีมองเขาอย่างดื้อดึง “เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ใช่เด็กๆ”
“แต่ร่างกายของเจ้าตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่ดี” ลู่เจี้ยกล่าวน้ำเสียงเคร่งขรึม
เจี