างซ้ายของตัวเองออก การเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดใจเกิดขึ้นในสายตาของลู่เจี้ย
ชายหนุ่มรูปงามในอาภรณ์สีแดงคนนั้นพลันเปลี่ยนเป็นสตรีรูปงามล่มเมือง
ดวงตาของลู่เจี้ยค่อยๆ เบิกกว้างมองดูฉากนี้อย่างไม่เชื่อสายตา
มู่ชิงเกอเดินไปหาซือมั่วแล้วเอื้อมแขนรับซือมู่ ยังไม่ทันที่มือนางจะสัมผัสโดนตัวซือมู่ก็ถูกมือใหญ่ขัดขวางเอาไว้ “ตอนนี้เจ้ายังอุ้มไม่ได้” กล่าวด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิเล็กน้อย
ซือมู่มองตาปริบๆ อย่างน่าสงสารก่อนจะหันไปมองบิดาของตน
มู่ชิงเกอกระตุกมุมปากก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำ “ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อย”
“เช่นนั้นก็ไม่ได้” ซือมั่วตอบอย่างเอาแต่ใจ
“จิ๊ๆ เสี่ยวซือมู่น่ารักขนาดนี้ มา มาให้ท่านน้าอุ้มหน่อย” เจียงหลีปรากฏตัวข้างมู่ชิงเกอแล้วยื่นแขนออกไปอุ้มซือมู่
“เจียงหลี?” ซือมั่วหันมามองเจียงหลีและหรี่สายตาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามพลังของซือมั่วได้ปกคลุมหลินชวนเป็นเวลาหลายปี และการสัมผัสใกล้ชิดของเจียงหลีกับเขา ยังคงเป็นเรื่องน่าอายเล็กน้อยในใจของเขา
หลังจากนางแย่งเอาซือมู่ที่กำลังงุนงงไปจากอ้อมแขนของเขาแล้วนางก็รีบถอยห่างออกมาและยิ้มเยาะว่า “ทรงพระเจริญเพคะเทวะราชา”
“ท่านเป็นใคร” ซือมู่มองไปยังหญิงสาวที่ฉุดเขาไป
เจียงหลีกล่าวด้วยความจริงใจ “ข้าคือท่านน้าของเจ้า”
“ว้าว! ข้าอยากกอดพี่สาวคนสวย” ใครจะไปรู้ ก่อนที่นางจะพูดจบดวงตาของเด็กผู้ชายตัวเล็กก็จับจ้องไปที่ร่างของลู่เจี้ยและเขาก็หลุดพ้นจากอ้อมแ