างเป็นกำไลสวมใส่ข้อมือของนางและซ่อนไว้ไม่ให้เห็น
มู่ชิงเกอครุ่นคิดก่อนเอ่ยถาม “เจ้าอยากเอายาอายุวัฒนะไหม”
เจียงหลีส่ายหน้าปฏิเสธ “ในเมื่อกฎของแต่ละโลกต่างกัน ข้ามีจูเสียก็ดีอยู่แล้ว อย่างอื่นคงไม่ต้องหรอก เพื่อที่จะฝ่าโลกนี้ออกไป สิ่งที่ข้าต้องเข้าใจก็คือกฎของโลกนี้”
คำตอบของนางทำให้มู่ชิงเกอรู้สึกโล่งใจ “ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้ากลับไป คนอยู่ที่นี่แต่ใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว”
“พาข้าไปหาลู่เจี้ย” เจียงหลีบอกกันโต้งๆ
มู่ชิงเกอพยักหน้า
ทั้งสองออกจากบนเขาแล้สมาปรากฏตัวอีกครั้งในจวนของลู่เจี้ย
และชายรูปงามคนนี้กำลังยืนอยู่ใต้ชายคาในชุดขนสัตว์ เมื่อเห็นเจียงหลีดวงตาของเขาที่เคยปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งหิมะก็เริ่มละลาย
“ลู่เจี้ย! อากาศหนาวขนาดนี้เจ้าออกมาได้อย่างไร” เจียงหลีวิ่งเข้าหาอย่างปวดใจ
“องค์หญิง ตั้งแต่ที่พระองค์ออกไป นายน้อยก็มายืนเฝ้ารออยู่ตรงนี้ ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง” ยังไม่ทันที่ลู่เจี้ยได้เอ่ยตอบ ผู้อารักขาคนหนึ่งก็ตอบเสียงเบาเสียก่อน
ทันใดนั้นแรงกดดันอันทรงพลังก็เข้ามาทำให้ผู้คนในจวนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า กระแสแสงตกลงมาจากท้องฟ้าและตกลงมาที่กลางลาน
ร่างยังมิทันปรากฏ น้ำเสียงไพเราะกังวานก็ดังขึ้น “เสี่ยวเกอเอ๋อร์พวกเราต้องไปกันแล้ว”
……………